กลุ่มเกษตร

RSS3 Futures

RSS3 Futures

RSS3 Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคายางแผ่นรมควันชั้น 3
เพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคายางพารา เทรดได้ต่อเนื่อง
ตั้งแต่ 9.15 น. - 16.55 น. (ไม่มีปิดพักเบรค) ครอบคลุมเวลาซื้อขายในต่างประเทศ

สามารถเลือกที่จะชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) หรือเลือกที่จะทำการส่งมอบ-รับมอบสินค้าจริงได้ เพื่อเป็นเพิ่มทางเลือกในการซื้อขายให้กับนักลงทุนและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยางพารา ด้วยสัญญามาตรฐานส่งออกขนาด 5,000 กิโลกรัม ทำให้ผู้ประกาศสามารถเลือกใช้ในการบริหารความเสี่ยงกับตลาดต่างประเทศได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม:

สรุปลักษณะสัญญา RSS3 Futures

หัวข้อ
ลักษณะสัญญา
สินค้าอ้างอิง ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) ตามมาตรฐาน Green Book
สินค้าที่ส่งมอบได้ มีลักษณะเฉพาะ (House Term) ที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทผู้ใช้ยางรายใหญ่ (Major International Tyre Manufacturers) ตามที่กำหนด เช่น Bridgestone, Michelin เป็นต้น
ขนาดของสัญญา 5,000 กิโลกรัม (5 ตัน)
ขนาดการรับมอบ/ส่งมอบ 20,000 กิโลกรัม (20 ตัน) หรือหน่วยทวีคูณของ 20 ตัน
ราคาเสนอซื้อขาย บาทต่อกิโลกรัม
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ 0.05 บาทต่อกิโลกรัม (คิดเป็นมูลค่า 250 บาทต่อสัญญา)
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ มีเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ 7 เดือนติดต่อกัน (7 Consecutive Months)
เวลาซื้อขาย
ช่วง Pre-open :
ช่วง Open session :
09:15 น. - 09:45 น.
09:45 น. - 16:55 น.
ช่วงการเปลี่ยนแปลง
ของราคาสูงสุดแต่ละวัน
± 5% จาก Daily Settlement Price ล่าสุด      โดยหากมีการซื้อขายที่ Ceiling และ Floor ดังกล่าว   ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  จะหยุดการซื้อขายชั่วคราว ก่อนจะเปิดการซื้อขายอีกครั้ง พร้อมกับขยายช่วงการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น ± 10% จาก Daily Settlement Price ล่าสุด
การจำกัดฐานะ ห้ามบุคคลใดมีฐานะสุทธิใน RSS3 futures เกินกว่าจำนวนที่กำหนดดังนี้

  • สัญญาที่สิ้นสุดอายุใกล้ที่สุด (1st contract month):
    ไม่เกิน 1,000 สัญญา
  • สัญญาที่สิ้นสุดอายุใดเดือนใดเดือนหนึ่งหรือทุกเดือนรวมกัน:
    ไม่เกิน 10,000 สัญญา
วันซื้อขายวันสุดท้าย วันทำการ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน ที่สัญญาครบกำหนดอายุ โดยในวันนั้นสัญญาที่สิ้นสุดอายุจะซื้อขายได้ถึงเวลา 16:55 น.
การชำระราคา
  • ให้ชำระราคาด้วยการส่งมอบสินค้า (Physical Delivery)
    โดยผู้ลงทุนที่จะทำการส่งมอบ/รับมอบ ต้องมีความสามารถในการรับมอบ/ส่งมอบสินค้า และต้องยื่นความจำนงค์ที่จะรับมอบ/ส่งมอบสินค้า (Physical Delivery) ภายในช่วงเวลาและวิธีการที่กำหนด
  • กรณีที่ไม่สามารถจับคู่รับมอบ/ส่งมอบ หรือผู้ลงทุนไม่มีความสามารถในการรับมอบ/ส่งมอบสินค้า หรือไม่ยื่นความจำนงในการรับมอบ/ส่งมอบสินค้า
    ให้ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ด้วย Final Settlement Price
  • Final Settlement Price จะใช้ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการซื้อขาย (Volume Weighted Average Price: VWAP) ในวันซื้อขายวันสุดท้าย Last Trading Day
    หากการซื้อขายมีปริมาณขั้นต่ำตามที่ตลาดกำหนด (กำหนดจำนวนสัญญาขั้นต่ำ และ/หรือสัดส่วนจากสถานะคงค้าง) กรณีปริมาณการซื้อขายไม่ถึงระดับที่กำหนด ให้ใช้ราคาเฉลี่ย 3 วันสุดท้ายของ Daily Settlement Price
วิธีการส่งมอบ ให้ทำการส่งมอบ/รับมอบสินค้า ภายในวันทำการสุดท้ายของเดือนส่งมอบ (เดือนถัดจากเดือนที่สัญญาครบกำหนดอายุ) ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกเงื่อนไขการส่งมอบรับมอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่าง

  1. การส่งมอบรับมอบแบบ Free On Board (FOB) ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ / ท่าเรือแหลมฉบัง / ท่าเรืออื่นๆ ตามที่กำหนด
  2. การส่งมอบรับมอบในประเทศ ณ คลังสินค้าหรือโรงงานในเขตกรุงเทพฯ นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี ชลบุรี และระยอง (ผู้ขายให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้อตามอัตราที่กำหนด)
ค่าธรรมเนียม
การซื้อขายและชำระราคา
ไม่เกิน 40 บาทต่อสัญญา


อัตราค่านายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า RSS3 Futures

นับแต่มีผลใช้บังคับถึง 30 ธันวาคม 2559

ลูกค้าทั่วไป

จํานวนสัญญา

อัตราค่าธรรมเนียม (บาท/สัญญา/ข้าง) ตั้งแต่สัญญาแรกต่อวัน
ซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
ซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต
1- 25 270 245
26 - 100 245 222.5
101-250 220 200
ตั้งแต่่ 251 สัญญา 195 177.5
** ราคานี้ยังไม่รวม VAT 7%


ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

ลูกค้าทั่วไป

จํานวนสัญญา

อัตราค่าธรรมเนียม (บาท/สัญญา/ข้าง) ตั้งแต่สัญญาแรกต่อวัน
ซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
ซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต
1- 25 290 265
26 - 100 265 242.5
101-250 240 220
ตั้งแต่่ 251 สัญญา 215 197.5
** ราคานี้ยังไม่รวม VAT 7%


ความรู้ก่อนการลงทุน

ข้อดีของสัญญา FUTURES

  1. ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายมีอำนาจในการกำหนดราคาเองได้
  2. ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ใช้วิธีตัดส่วนต่างซื้อขาย
  3. ลงทุนน้อยกว่าแต่ทำกำไรได้มากกว่า
  4. ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง (ขายก่อนซื้อได้)
  5. สามารถซื้อขายได้ด้วยตนเอง โดยเทรดผ่านทางอินเตอร์เน็ต
  6. มี Marketing ดูแล ให้ข้อมูล ข่าวสาร ประกอบการตัดสินใจ และติดตามสถานการณ์ลงทุน

การวางเงินค้ำประกัน (Margin)

โดยผู้ที่จะลงทุนใน สัญญา Futures จะต้องวางเงินค้ำประกันก่อน จึงจะสามารถลงทุนได้ ซึ่งเงินวางค้ำประกันมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับดังนี้


  • 1
    เงินวางค้ำประกันขั้นต้น หรือที่เรียกว่า Initial Margin (IM)

    เป็นเงินวางค้ำประกันเริ่มแรก ซึ่งเป็นเงินเพียงประมาณ 10% ของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงของสัญญา Futures จริงเท่านั้น

  • 2
    เงินวางค้ำประกันขั้นต่ำ หรือที่เรียกว่า Maintenance Margin (MM)

    คือ หลักประกันรักษาสภาพ หรือหมายถึง วงเงินที่นักลงทุนจะต้องรักษาระดับเงินในบัญชีไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือ 70 % ของเงินวางค้ำประกันขั้นต้น

  • 3
    หลักประกันปิดฐานะ หรือที่เรียกว่า Force Close (FC)

    คือ กรณีที่เงินหลักประกันลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือ 30 % ของเงินวางค้ำประกันขั้นต้น ซึ่งกรณีนี้ Broker มีสิทธิ์ปิดสถานะซื้อขาย เพื่อหยุดผลการขาดทุนของท่านได้ทันที เว้นแต่ว่าท่านจะเติมเงินเข้ามาภายในเวลา 1 ชั่วโมง

การปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark-to-Market)

วันที่
รายการ
ราคา ณ สิ้นวัน
กำไร/
ขาดทุน
โอนเข้า/
ถอนออก
ยอดเงินหลักประกัน
03/02/2552 ซื้อGold Futures ที่ 15,000 บาท       70,000 บาท
  ปรับปรุงกำไร/ขาดทุน 15,080 บาท 4,000 บาท
(80 X 50)
  74,000 บาท
04/02/2552 ปรับปรุง กำไร/ขาดทุน 14,800 บาท -14,000 บาท
(280 X 50)
  60,000 บาท
05/02/2552 ปรับปรุง กำไร/ขาดทุน 14,500 บาท -15,000 บาท
(300 X 50)
  45,000 บาท
06/02/2552 วางเงินประกันเพิ่ม     25,000 บาท 70,000 บาท
  ขาย Gold Futures ที่ 15,050 บาท   27,500 บาท
(550 X 50)
  97,500 บาท
วันที่ 3 ก.พ.

นาย A เข้าซื้อโกลด์ฟิวเจอร์สที่ 15,000 บาท จำนวน 1 สัญญา พอสิ้นวัน ราคามาอยู่ที่ 15,080 บาท ทางตลาดจะทำการ Mark-to-Market คำนวณหากำไร ขาดทุนที่นาย A ซื้อไว้กับราคาปิดตลาด 15,080 -15,000 = กำไร 80 บาทคูณด้วย50 (เพราะ1สัญญาโกลด์ฟิวเจอร์สเท่ากับทอง 50 บาท) ดังนั้นในวันนี้นาย A กำไร 4,000 บาท ทำให้ยอดเงินในบัญชีเท่ากับ 74,000 บาท

วันที่ 4 ก.พ.

ต่อมาในวันที่ 4 ก.พ.ราคาปรับลงลดมาปิดที่ 14,800 บาท คำนวณกำไรขาดทุนแล้ว เท่ากับ 14,800 – 15,080 = (280*50) ขาดทุน 14,000 บาท ทำให้ยอดเงินในบัญชี ลดลงเท่ากับ 60,000 บาท

วันที่ 5 ก.พ.

สิ้นวันที่ 5 ก.พ.ราคาลดลงปิดตลาดที่ราคา 14,500 บาท คำนวณกำไรขาดทุนแล้ว เท่ากับ 14,500 – 14,800 = (300*50) ขาดทุน 15,000 บาท ทำให้ยอดเงินในบัญชี ลดลงเท่ากับ 45,000 บาท ทำให้นาย A ต้องเติมเงินเพิ่มเข้ามาอีก 25,000 บาทใน วันรุ่งขึ้น

วันที่ 6 ก.พ.

นาย A เติมเงินเข้ามาและราคากลับดีดตัวสูงขึ้นจึงทำการขายกลับที่ราคา 15,050 บาท ดังนั้นเมื่อคำนวณกำไรขาดทุนแล้วจะเท่ากับ 15,050 – 14,500 = (550*50) กำไร 27,500 บาท สรุปยอดเงินในบัญชีนาย A จะเท่ากับ 97,500 บาท


ขั้นตอนการลงทุน

ขั้นตอนการซื้อ-ขาย


  • 1
    ต้องสมัครและเปิดบัญชี กับทาง MTS Gold Futures ก่อน โดยมีเอกสารที่ใช้สมัคร ดังนี้

    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • Statement หรือ Book Bank ย้อนหลัง 3 เดือน
    • หน้า Book Bank ของธนาคาร (ธ.กสิกร, ธ. กรุงเทพ, ธ.กรุงไทย และ ธ.ไทยพาณิชย์)

  • 2
    ต้องมีการวาง เงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) กับทางโบรกเกอร์อนุพันธ์
  • 3
    ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ทางโทรศัพท์ หรือส่งคำสั่งด้วยตนเองผ่านทางinternet
  • 4
    ปรับปรุงกำไรขาดทุนทุกวัน (Mark-to-Market)

    เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงสถานะผลกำไรหรือขาดทุนในสถานะการลงทุนของท่านเอง ซึ่งตลาดจะทำการอัพเดตข้อมูลสถานะการลงทุนของท่านทุกวัน โดยจะมีการเพิ่มของเงินในบัญชีหลักประกัน หากท่านมีสถานะในฝั่งกำไร แต่ในทางตรงกันข้ามหากท่านมีสถานะขาดทุนก็จะมีการหักเงินส่วนที่ขาดทุนจากบัญชีหลักประกันออกไป

  • 5
    หมั่นตรวจสอบสถานะการลงทุนของท่าน เพื่อลดความเสี่ยงและปรับพอร์ตของท่านให้เหมาะสมกับสภาพตลาด
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved