สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561

13 กุมภาพันธ์ 2561
 

• ค่าเงินยูโรปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ท่ามกลางการการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์

ค่าเงินยูโรดีดกลับอีกครั้งไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 1.2298 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนจะอ่อนตัวลงมา 1.2270 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วอ่อนค่าไปมากที่สุดนับตั้งแต่ พ.ย. 2016 ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ปรับลง 0.2% และเช้านี้มาทรงตัวแถวระดับ 90.20 จุด โดยกลุ่มนักลงทุนหันกลับเข้าซื้อค่าเงินยูโรจากกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าอีซีบีน่าจะคุมเข้มทางการเงินได้เร็วกว่าที่คาด

• เมื่อวานนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เข้าพบกับพรรคการเมืองต่างๆเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการค้า ที่คาดหวังว่าจะเป็นก้าวต่อไปสำหรับการจำกัดสินค้านำเข้าประเภทเหล็กและอะลูมิเนียมที่กำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในสหรัฐฯ นอกจากนี้ นายทรัมป์ ยังมีการเปิดเผลแผนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะมีการจัดสรรปรับปรุงงบประมาณภายในประเทศ ท้องถิ่น และนักลงทุนในภาคเอกชน แต่เขาก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากในที่ประชุมสภาคองเกรสเพื่อหาแนวร่วม แต่เขาก็ได้กล่าวย้ำและเรียกร้องว่าถึงจะยากเพียงไรเขาก็จะต้องดำเนินการให้ได้

ทั้งนี้ นายทรัมป์ เรียกร้องให้ทางสภาคองเกรส จัดสรรงบประมาณ 2 แสนล้านเหรียญในช่วงเวลา 10 ปี เพื่อผลักดันแผนโครงสร้างพื้นฐาน 1.5 ล้านล้านเหรียญ อันจะเป็นตัวเชื่อมและทำให้โครงการอื่นๆกลับมาดำเนินการได้ ตามความปรารถนาของเขาในการดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชาวอเมริกา

พรรคเดโมแครต มีมุมมองว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งสผลให้รัฐบาลท้องถิ่นปราศจากงบประมาณที่เพียงพอ และอาจต้องเผชิญกับภาวะที่ยากลำบากมากขึ้นก็เป็นได้

ทั้งนี้ หากข้อเสนอดังกล่าวบรรลุผลได้สำเร็จ จะส่งผลให้ชาวอเมริกาส่วนใหญ่อาจเผชิญกับภาษีท้องถิ่นที่สูงขึ้น ค่าทำเนียมและการจัดเก็บค่าผ่านทางภายในประเทศที่สูงขึ้นตามมา เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับการจัดหางบประมาณภายในประเทศ

นอกจากนี้ นายทรัมป์ ยังกล่าวว่าจะทำการผลักดันปฏิรูปภาษีกับต่างประเทศ รวมไปถึงประเทศพันธมิตรในการเรียกเก็บภาษีสินค้าของชาวอเมริกา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดการจัดเก็บดังกล่าวว่าจะมีโครงสร้างหรือสินค้าอะไรบ้างที่ร่วมรายการ

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งให้สภาคองเกรสจัดทำรายการการปรับลดงบประมาณภายในประเทศ และมีการเรียกร้องให้ส.ส. และส.ว. หลีกเลี่ยงการใช้งบประมาณทั้งหมดที่ได้รับอนุมัติในสัปดาห์ที่แล้ว

โดยข้อตกลงดังกล่าวได้รับอนุมัติจากทีมงานบริหารของนายทรัมป์สำหรับงบประมาณ 1.31 แสนล้านเหรียญเพื่อเพิ่มให้แก่หน่วยงานความมั่นคงมากกว่าหน่วยงานอื่น ขณะที่ทางทำเนียบขาวเรียกร้องให้สภาคองเกรสหั่นงบประมาณดังกล่าวออก 5.7 หมื่นล้านเหรียญจากงบประมาณร้องขอทั้งหมด

• นายทาโร่ อาโสะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น กล่าวว่า ผู้ว่าการบีโอเจคนใหม่อาจจำเป็นต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับตลาดการเงินทั่วโลกได้

• ตลาดน้ำมันดิบเริ่มทรงตัวและปิดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางตลาดหุ้นที่เริ่มลดแรงเทขายหลังจากที่ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ปรับตัวลดลงไปมากที่สุดในรอบ 2 ปี

น้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 20 เซนต์ หรือคิดเป็น +0.3% ที่ระดับ 62.59 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 9 เซนต์ หรือคิดเป็น +0.2% ที่ระดับ 59.29 เหรียญ/บาร์เรล และระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดได้ที่ 60.83 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved