สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 กุมภาพพันธ์ 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 กุมภาพพันธ์ 2561

13 กุมภาพันธ์ 2561



 • ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงสัญญาณความมีเสถียรภาพ หลังจากที่ร่วงลงหนักเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงมาจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

โดยดัชนีดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงประมาณ 0.26% เมื่อวานนี้ และทรงตัวแถว 90.1392 จุด หลังจากที่ขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งบริเวณ 90.569 จุด

ด้านค่าเงินยูโรทรงตัว 1.2290 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากร่วงลงไปทำระดับต่ำสุดรอบสัปดาห์บริเวณ 1.2206 ดอลลาร์/ยูโร

นักลงทุนในตลาดยังไม่ค่อยรู้สึกผ่อนคลายนักในเวลานี้ ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ทรงตัวก่อนทราบข้อมูลเงิเนฟ้อสหรัฐฯในคืนวันพรุ่งนี้ ขณะที่สถาบันการเงินของสหรัฐฯแห่งหนึ่ง ชี้ว่า ตลาดน่าจะยังแกว่งตัวในกรอบจนกว่า ประธานเฟดคนใหม่จะเข้าพิธีสาบนตนในสภาคองเกรสวันที่ 28 ก.พ.นี้ ซึ่งตลาดรอคอยถ้อยแถลงหลังการสาบานตนของเขาว่าจะได้ยินในสิ่งที่เขากำลังคิดจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

แรงเข้าซื้อค่าเงินดอลลาร์นับตั้งแต่ช่วงต้นปี ได้รับอานิสงส์จากอีซีบีที่จะปรับลดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ จากทิศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของยูโรโซน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าค่าเงินยูโรจะยังดูเป็นขาขึ้นในระยะยาว แต่ก็ยังปราศจากปัจจัยใหม่ๆที่จะทำให้ค่าเงินแข็งค่าได้ในขณะนี้ ท่ามกลางความผันผวน จากความไม่แน่นอนก่อนเลือกตั้งอิตาลีที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมี.ค. ขณะที่เยอรมนีกำลังเผชิญกับการเจรจาหาข้อตกลงพรรคร่วมรัฐบาลครั้งใหม่

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีบริเวณ 2.902% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนบริเวณ 3.199%

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยร่างนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานที่จะปรับปรุงระบบการขออนุมัติการก่อสร้างท่อส่งก๊าสธรรมชาติผ่านพื้นที่ของอุทยาทในสหรัฐฯได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการลงมติในสภาคองเกรส

ร่างนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแผนเศรษฐกิจของนายทรัมป์ ที่มุ่งเน้นไปที่การเร่งความเร็วในการขนส่งน้ำมันและพลังงานต่างๆ โดยการปรับลดข้อจำกัดบางประการออกไป ซึ่งน่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากบรรดาผู้ประกอบการภายในประเทศ แต่สร้างเสียงต่อต้านจากบรรดานักสิ่งแวดล้อมและพรรคเดโมแครต

ผู้บริหาร Center for Biological Diversity กล่าวว่า ร่างนโยบายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเร่งให้กระบวนการขออนุมัติก่อสร้างผ่านไปได้โดยเร็วที่สุด โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

• รายงานจาก CNBC ระบุว่า งบประมาณของนายทรัมป์ อาจส่งผลให้การคืนภาษีในอนาคตมีความล่าช้าออกไป ทั้งนี้ แผนงบประมาณประจำปี 2019 ที่มีวงเงิน 1.11 หมื่นล้านเหรียญ สำหรับหน่วยงานจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ (IRS) อันประกอบไปด้วย 2.3 พันล้านเหรียญสำหรับการยื่นภาษี และอีก 110 ล้านเหรียญเพื่อการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีองค์กร

สมาชิกอาวุโสจากสถาบัน Taxation and Economic Policy (ITEP) ระบุว่า งบประมาณของนายทรัมป์และข้อเสนอต่างๆ อาจเป็นอุปสรรคสำหรับชาวอเมริการวมทั้งการคืนภาษีในอนาคตของคุณด้วย ซึ่งหากข้อเสนอใหม่ส่งผลให้หน่วยงาน IRS มีการเรียกเก็บเงินสูงขึ้น นั่นก็อาจกลายเป็นผลตามลำดับที่จะก่อให้เกิดความล่าช้าในการคืนภาษีแก่ผู้เสียภาษี

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขดังกล่าวอาจส่งผลให้ยอดขาดดุลสหรัฐฯลดลง 305 ล้านเหรียญในช่วงปี 2019 และปี 2023 ได้ตามอ้างอิงรายงานงบประมาณประจำปีเมื่อคืนนี้

• รัฐบาลจีนตอบโต้การพิจารณาจำกัดการนำเข้าโลหะอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ โดยระบุว่า จีนจะต่อต้านการกระทำใดๆที่เป็นความอยุติธรรมต่ออุตสาหกรรมโลหะภายในประเทศ พร้อมกล่าวเตือนอีกว่า มุมมองเชิงกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ ถือเป็น”พิษร้าย”ต่อภาคอุตสาหกรรม

• นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าบีโอเจ กล่าวยืนยันว่า สกุลเงินดิจิทัลจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินเยนอย่างแน่นอน เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลถูกใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น ไม่เหมือนสกุลเงินจริงที่ใช้ในการจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตาม บีโอเจจะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดิจิทัลอย่างใกล้ชิดต่อไป

• ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ท่ามกลางแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกหลังจากที่ปรับร่วงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับสูงขึ้น 0.6% บริเวณ 59.65 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับสูงขึ้น 0.6% บริเวณ 62.99 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved