สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2561

16 พฤษภาคม 2561


·         ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ระดับ 93.270 จุด หลังจากแข็งค่าขึ้นไปทำรระดับสูงสุดที่ 93.457 จุด เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันที่ 22 ธ.ค. ท่ามกลางแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นเหนือระดับ 3% อีกครั้ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ที่ระดับ 3.095% หลังตัวเลขเศรษฐกิจบ่งชี้ว่าอัตราการใช้จ่ายส่วนบุคคลในสหรัฐฯแข็งแกร่งขึ้น

ด้านค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลง 0.05% บริเวณ 1.1833 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากอ่อนค่าลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 1.1815 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของเดือน ธ.ค. ปี 2017

สำหรับค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินเยนปรับอ่อนค่าลง 0.05% ที่ระดับ 110.285 เยน/ดอลลาร์ หลังจากที่เมื่อคืนนี้ ปรับขึ้นไปที่ระดับ 110.450 เยน/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

·         ทางการเกาหลีเหนือกล่าวเตือนสหรัฐฯว่า พวกเขาอาจมีการพิจาณาที่จะจัดการประชุมร่วมกันร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศใหม่อีกครั้ง หากทางสหรัฐฯยังคงพยายามกดดันให้เกาหลีเหนือทำการปลดอาวุธนิวเคลียร์

·         บรรดาที่ปรึกษาคนสำคัญของนายเจอโรม โพเวล ประธานเฟด กำลังมีมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตของเฟดแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการปรับอัตราดอกเบี้ยรวมถึงการเตรียมรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

·         เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 1/2018 ชะลอการเติบโตด้วยอัตรา 0.6% ซึ่งเป็นการชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ที่ระดับ 0.2% จึงเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ขยายตัวถึงจุดสูงสุด หลังจากที่สามารถขยายตัวมาติดต่อกันได้มากกว่า 10 ปีแล้ว และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาโดยตลอด

·         นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจีนมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้ไม่ได้ผลกระทบมากนัก หากเกิดสงครามทางการค้ากับสหรัฐฯขึ้นจริง

·         องค์กรพลังงานนานาชาติ (IEA) กล่าวเตือนว่า เหตุการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในอิหร่านและเวเนซูเอลาอาจกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะหากปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดลดลง ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นได้อย่างมาก

·         ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ท่ามกลางสัญญาณว่าปริมาณอุปทานน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้นแม้จะมีมาตรการปรับลดกำลังการผลิตจากกลุ่มโอเปกก็ตาม รวมถึงโอกาสที่สหรัฐฯจะพิจารณาคว่ำบาตรอิหร่าน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลง 0.3% บริเวณ 78.22 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 0.4% บริเวณ 71.03 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved