สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2561

21 สิงหาคม 2561

• ค่าเงินดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่วิพากษ์วิจารณ์ และตำหนิการดำเนินนโยบายของประธานเฟด ประกอบกับนักลงทุนเริ่มลดการถือครองค่าเงินดอลลาร์ในฐานะ Safe-Haven ก่อนที่จีนและสหรัฐฯจะเจรจาร่วมกัน โดยตลาดคาดว่าน่าจะเห็นการลดแรงตึงเครียดระหว่างข้อขัดแย้งทางการค้าของสองประเทศลงได้บ้าง

ดัชนีดอลลาร์ปรับลง 0.37% ที่ระดับ 95.554 จุด หลังจากที่อ่อนค่าไปทำ Low สุดนับตั้งแต่ 9 ส.ค. บริเวณ 95.44 จุด

• ค่าเงินเยนทรงตัวบริเวณ 110.08 เยน/ดอลลาร์ หลังจากไปทำระดับแข็งค่ามากที่สุดช่วงต้นตลาดบริเวณ 109.775 เยน/ดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าลงหลังจากหลุดระดับสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 110 เยน/ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 28 มิ.ย.

• ค่าเงินหยวนทรงตัวหลังจากลงมาทำระดับแข็งค่าบริเวณ 6.8326 หยวน/ดอลลาร์ ทางด้านค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้น 0.36% ที่ระดับ 1.15225 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ช่วงเช้ายืนเหนือ 1.1544 ดอลลาร์/ยูโร

· รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ อันเป็นผลมาจากถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นหลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ค่าเงินยูโร Break ระดับสำคัญ 1.15 ดอลลาร์/ยูโรขึ้นมา ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในตลาด หลังมีรายงานจากรอยเตอร์ส ที่ระบุว่า นายทรัมป์ กล่าวถึง เจ้าหน้าที่กำหนดค่าเงินของจีนและยุโรปในการทำให้ค่าเงินตนเองอ่อนค่า ขณะที่ตำหนิเฟดในการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จึงทำให้เราเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอ่อนตัวลงวานนี้

อย่างไรก็ดี นักลงทุนในตลาดกำลังรอคอยผลการหารือร่วมกันระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยเหล่าเทรดเดอร์จับตาใกล้ชิดต่อการประชุม Jackson Hole Symposium ด้วยเช่นกัน เพื่อรอสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางต่างๆ ที่จะหาวิธีสนับสนุนการสร้างเสถียรภาพให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดเกิดใหม่ประสบภาวะผันผวนเมื่อไม่นานมานี้

· นักวิเคราะห์จาก TD Securities ชี้่ว่า การอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์เกิดขึ้นตามกับการอ่อนตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และคาดว่าราคาทองคำน่าจะรีบาวน์ได้ในช่วงปลายปีนี้และช่วงเข้าสู่ปี 2019 เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนน่าจะมีการลดการถือครองสถานะ Short ในตลาด และนั่นจะช่วยดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้

อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทองคำยังเป็นขาลงและมีการถือครองสถานะ Short มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยรายงานจาก CFTC ระบุว่า บรรดาผู้จัดการกองทุนมีการเพิ่มการถือครองสถานะ Short อีก 16,162 คู่สัญญา สู่ระดับ 188,127 คู่สัญญา

· ค่าเงินลีราอ่อนค่าลงบริเวณ 6.16 ลีรา/ดอลลาร์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางเนื่องในวันหยุดในเทศกาลทางศาสนาของประเทศตุรกี หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันจะไม่อ่อนข้อให้กับการคว่ำบาตรตุรกี หากตุรกีไม่ยอมปล่อยตัวบาทหลวงชาวสหรัฐฯ

·         ตามข้อมูลของ Noah Holdings การลงทุนในตลาดอสังหาฯคิดได้เป็น 2 ใน 3 ของปริมาณทรัพย์สินของภาคครัวเรือนในประเทศจีน จึงถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญต่องบประมาณของภาครัฐท้องถิ่น การกู้ยืมของธนาคาร และการลงทุนของบริษัท ดังนั้น หากราคาอสังหาฯเกิดการกลับตัวปรับลดลงมา อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนก็อาจได้รับผลกระทบในเชิงลบ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก CEIBS ได้ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าการกลับตัวของราคาอสังหาฯจะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับเดียวกัน ขณะที่ประชาชนจีนยังคงเชื่อว่า ราคาอสังหาฯยังมีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากภาครัฐยังคงสลับนโยบายไปมาระหว่างการผ่อนคลายและการคุมเข้มเพื่อป้องกันการชะลอตัวของการอัตราการเติบโต

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคงคาดว่าภาครัฐยังมีแนวโน้มที่จะประกาศนโยบายคุมเข้มการลงทุนในภาคอื่นๆ เช่น ภาคโครงสร้างพื้นฐาน ใน๘ระที่เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางด้าน Trade war กับการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

·         ในการสัมภาษณ์พิเศษของสำนักข่าว Reuters กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นอกเหนือจากการที่นายทรัมป์ได้กล่าวตำหนิการดำเนินงานของเฟดแล้ว เขายังได้เปิดเผยว่า เขาไม่ใส่ใจว่าจุดยืนที่แข็งกร้าวในการเรียกร้องให้ตุรกีปล่อยตัวบาทหลวงชาวสหรัฐฯแลกกับการไม่ถูกคว่ำบาตร จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่แต่อย่างใด

สำหรับกรณีการสืบสวนของคณะสืบสวนพิเศษเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้ง นายทรัมป์แสดงความกังวลว่าการให้ปากคำกับนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ หัวหน้าคณะสืบสวนพิเศษ ถ้อยคำที่เขาพูดออกไปอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นความเท็จและอาจถูกดำเนินคดีได้

นอกจากนี้ เมื่อถูกสอบถามถึงความเป็นไปได้ที่นายทรัมป์จะพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อีกครั้ง นายทรัมป์กล่าวสั้นๆว่า น่าจะเป็นไปได้” ขณะที่ยังคงยืนยันว่าเขากดดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป

·         รัฐบาลไต้หวันยืนยันจะต่อต้านประเทศจีนที่ สูญเสียการควบคุมตัวเอง” หลังไต้หวันสูญเสียสาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ ที่ได้แปรพักษ์ไปเป็นพันธมิตรทางการทูตกับประเทศจีนแทน โดยเอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศที่ 3 ที่ได้แปรพักษ์ไปเป็นพันธมิตรกับประเทศจีนภายในปีนี้

ทั้งนี้ ไต้หวันมีพันธมิตรทางการทูตอย่างเป็นทางการกับ 17 ประเทศทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศเล็กๆหรือประเทศด้อยพัฒนา เช่น ประเทศเบลีซ และ สาธารณรัฐนาอูรู เป็นต้น

·         รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแห่งประเทศจีน แสดงความหวังว่า การเจรจาระหว่างตัวแทนจากจีนและสหรัฐฯที่จะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้ จะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันหรือดำเนินไปในทิศทางที่ดีได้ แม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะได้กล่าวว่าเขาไม่ได้ตั้งความหวังกับการประชุมครั้งนี้แต่อย่างใดก็ตาม

·         ราคาน้ำมันค่อนข้างทรงตัว ท่ามกลางสัญญาณว่าตลาดน้ำมันสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะตึงตัว แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ปริมาณอุปทานน้ำมันจากอิหร่านอาจลดลงจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯก็ตาม

โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับสูงขึ้น 0.45% บริเวณ 66.73 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขายน้ำมัน WTI จะหมดอายุหลงในวันพรุ่งนี้ ส่วนราคาราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลง 9 เซนต์ บริเวณ 72.12 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved