สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2561

11 ตุลาคม 2561
 

• ค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์ปรับแข็งค่าขึ้นจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงกรณี Brexit ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯจะทรงตัวแถวระดับสูงสุดในรอบหลายปี

อย่างไรก็ดี ภาพรวมของค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวได้จำกัดจากความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของอิตาลี แม้ว่าเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของอิตาลีจะกล่าวย้ำว่า ทางรัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดการเงิ

• ขณะที่เมื่อวานนี้ นายไมเคิล เบรเนียร์ เจ้าหน้าที่เจรจา Brexit จากอียู กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงร่วมกันได้ในหลายกรณีเกี่ยวกับการออกจากอียู ก่อนที่จะมีการประชุมรวมผู้นำ 28 ประเทศทั้งหมดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

• ค่าเงินปอนด์ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดรอ 2 สัปดาห์ที่ 1.3216 ดอลลาร์/ปอนด์ หรือปรับขึ้น 0.45% เมื่อวานนี้ ทางด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.3% ที่ระดับ 1.15270 ดอลลาร์/ยูโร ขณะที่เหล่าเทรดเดอร์บางส่วนยังคงไม่แน่ใจต่อการบรรลุข้อตกลง Brexit ในขั้นตอนสุดท้าย

• ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย 0.2% ที่ระดับ 95.480 จุด หลังจากที่ไปทำระดับแข็งค่าที่สุดเมื่อวันอังคารบริเวณ 96.155 จุด

• ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯขยายตัวได้ 0.2% ในเดือนก.ย. ตามคาด โดยข้อมูลล่าสุดได้รับอานิสงส์จากราคาในภาคบริการที่ช่วยชดเชยการปรับตัวลงของราคาสินค้า ขณะที่ดัชนี Core PPI ที่ไม่รวมภาคอาหาร พลังงาน และการค้าปรับขึ้นที่ 0.4% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. และทำให้ภาพรวมก.ย. ปีที่แล้ว ถึงก.ย.ปีนี้ยังขยายตัวได้เท่าเดิมที่ 2.9%

• นายชาร์ล อีวานส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดจะสามารถยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ เมื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยถึงเป้าหมายประมาณ 3% ตราบเท่าที่เงินเฟ้อยังคงอยู่แถวระดับ 2% และเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางซาอุดิอาระเบีย แต่ยังไม่มีข้อมูลใดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวอิสระที่รายงานข่าวและเขียนบทความให้กับวอชิงตันโพสต์ หลังจากเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ในนครอิิสตันบูล ประเทศตุรกี และอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสหรัฐฯและซาอุดิอาระเบียสั่นคลอนได้

ขณะที่แหล่งข่าวจากทางตุรกีเชื่อว่า นายช็อกกีอาจถูกค่าและมีการเคลื่อนย้ายศพออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว ทางด้านซาอุดิอาระเบียปฏิเสธเสียงแข็งต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่นายทรัมป์ กล่าวว่า จะประสานงานกับทางตุรกีเพื่อหาทางออกว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องการสืบค้นข้อมูลจากทางซาอุดิอาระเบียต่อไป

• ผลสำรวจจากอังกฤษ แสดงให้เห็นว่า ราคาบ้านในอังกฤษมีการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดกรณีการโหวตลงประชามติ Brexit ในปี 2016 ขณะที่ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ กล่าวเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ราคาบ้านจะได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษออกจากอียูหากปราศจากข้อตกลงใดๆ

• ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลงไปประมาณ 2% ท่ามกลางการอ่อนตัวลงของตลาดหุ้นทั่วโลกแม้ว่าบรรดาเทรดเดอร์ในตลาดพลังงานจะมีความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันในอิหร่านที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของทางสหรัฐฯ รวมทั้งจับตาไปยังผลกระทบจากพายุเฮอริเคนไมเคิลที่ส่งผลให้โรงผลิตน้ำมันบางส่วนของสหรัฐฯบริเวณอ่าวเม็กซิโกมีการปิดทำการ

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดลง 1.91 เหรียญ คิดเป็น -2.3% ที่ระดับ 83.09 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดลง 1.79 เหรียญ คิดเป็น -2.4% ที่ระดับ 73.17 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved