สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561

7 พฤศจิกายน 2561

• ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและปอนด์ หลังตลาดตอบรับกับชัยชนะของพรรคเดโมแครตในสภาล่างจากการเลือกตั้งกลางวาระของสหรัฐฯ ส่งผลให้แนวโน้มในการผ่านร่างนโยบายในอนาคตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ น่าจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.28% ที่บริเวณ 96.04 จุด ขณะที่ค่าเงินยูโรแข็งค่า 0.15% ที่บริเวณ 1.1443 ดอลลาร์/ยูโร และค่าเงินปอนด์แข็งค่า 0.13% ที่บริเวณ 1.3116 ดอลลาร์/ปอนด์

ด้านค่าเงินเยนแข็งค่า 0.19% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่บริเวณ 113.21 เยน/ดอลลาร์
• รายงานจาก Reuters ระบุว่า เดโมแครตครอบครองเสียงข้างมากในสภาล่าง พร้อมๆกับความไม่พึงพอใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมบริหารของเขาถูกสอบสวนไม่ไว้วางใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
• โพลสำรวจส่วนใหญ่ รวมทั้ง Exit Poll เริ่มส่งสัญญาณว่าทางพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นฝ่ายกลับมาครอบครองเสียงข้างมากในสภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก CCB ได้เตือนว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาตามนี้จริง บรรดานักลงทุนอาจถอนเม็ดเงินลงทุนออกจากสหรัฐฯ

Mark Jolley ฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกประจำ CCB International Securities กล่าวเตือนว่า ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในสภาล่าง อาจทำให้บรรดานักลงทุนพิจารณาถอนเม็ดเงินออกจากตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความแตกแยกกันระหว่างทั้ง 2 สภา

โดยหากรีพับลิกันเป็นฝ่ายครองเสียงข้างมากในสภาสูง ขณะที่เดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาล่าง อาจทำให้การผลักดันนโยบายทางการเมืองใดๆที่จำเป็นต้องได้รับมติเห็นชอบจากทั้ง 2 สภาประสบปัญหาติดขัดหรือยืดเยื้อ ขณะที่เป้าหมายของรีพับลิกันในปัจจุบันคือการปรับลดภาษีและยกเลิกนโยบายโอบาม่าแคร์ ส่วนความแตกต่างของทั้ง 2 สภาอาจนำมาซึ่งความร่วมมือกันเกี่ยวกับการลดราคายา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแทน

• นักวิเคราะห์จาก McLarty Associates กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งกลางวาระของสหรัฐฯไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อจุดยืนทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนแต่อย่างใด เพราะว่าทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างสนับสนุนแนวคิดกดดันทางการค้ากับจีนทั้งสิ้น ดังนั้น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนจะดำเนินต่อไปเช่นเดิมหรือแย่ลง

• นายยูกิโทชิ ฟูโนะ สมาชิกบอร์ดบริหารของบีโอเจ ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มที่บีโอเจอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่อยู่ในระดับสูงอาจเป็นผลดีบรรดาสถาบันทางการเงินด้วยการทำให้ระยะห่างของเงินตั้งต้นกว้างมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายฟูโนะ ยังได้กล่าวอีกว่า บีโอเจยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นในระยะสั้นๆนี้แต่อย่างใด เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจกลายเป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจ

• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันประจำเดือนก.ย.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่าที่คาด ที่ระดับ 0.2% ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจยุโรปในช่วงไตรมาสที่ 3

• ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงท่ามกลางปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับการละเว้นบางประเทศออกจากนโยบายคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ

โดยราคาสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับลง 0.30 เหรียญ หรือ 0.4% ที่บริเวณ 71.83 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับลง 0.37 เหรียญ หรือ 0.6% ที่บริเวณ 61.84 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved