สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561

8 พฤศจิกายน 2561

• ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น 0.05% บริเวณ 96.06 จุดในช่วงตลาดเอเชีย ขณะที่ตลาดกำลังรอการประชุมในคืนนี้ เพื่อหาสัญญาณของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. และปี 2019

ขณะที่ค่าเงินหยวนอ่อนค่า 0.18% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่บริเวณ 6.9334 หยวน/ดอลลาร์ หลังจีนรายงานปริมาณการส่งออกสินค้าในประเทศขยายตัวมากกว่าคาดในเดือน ต.ค. โดยขยายตัว 15.6% ในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย. ที่ขยายตัวได้ 14.5%

ขณะที่ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนได้ปรับค่ากลางของเงินหยวนไว้ที่ระดับ 6.9163 หยวน/ดอลลาร์ เทียบกับของเมื่อวานนี้ที่ 6.9065 หยวน/ดอลลาร์

• นักวิเคราะห์จาก Bank of Singapore ประเมินว่า ค่าเงินดอลลาร์น่าจะได้รับแรงหนุนหากเฟดยังมีมุมมองเชิงคุมเข้มทางการเงิน เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาสมดุลของเศรษฐกิจจากอัตราค่าจ้างที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงอาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะ Overheat ของเศรษฐกิจได้

• เฟดเริ่มประชุมเมื่อวันพุธนี้เป็นวันแรกและจะทราบผลในคืนวันนี้ ท่ามกลางการเผชิญกับการเปลี่ยนถ่ายอำนาจทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อข้อมูลเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย รวมถึงแผนการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้าและปีหน้า

อย่างไรก็ดี เฟดไม่ถูกคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงการประชุมวาระนี้ ท่ามกลางความผันผวนครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น และความเชื่อมั่นในตลาด และกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะชะลอตัวปีหน้า

• นายลุยจิ ดี ไมโอ รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวเตือนว่า พรรคร่วมรัฐบาลระหว่างฝ่ายเสียงข้างมกในสภาในพรรค 5-Star Movement อาจล่มสลาย หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการวัดอายุความได้ ขณะที่ยืนยันว่าเขาจะมีการเจรจาร่วมกันระหว่างนายจูเซปเป้ คอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี, นายมัตเตโอ ซาลวินี หัวหน้าฝ่ายเสียงข้างมาก, และนายอัลฟอนโซ โบนาเฟด รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ภายในวันพฤหัสบดีนี้

• ปริมาณการส่งออกสินค้าของประเทศจีนขยายตัวมากกว่าคาดในเดือน ต.ค. โดยขยายตัว 15.6% ในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย. ที่ขยายตัวได้ 14.5% เนื่องจากบรรดาผู้ส่งออกต่างเร่งส่งสินค้าสู่สหรัฐฯ ก่อนหน้านโยบายเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนของสหรัฐฯจะมีผลที่หนักมากขึ้นในช่วงต้นปี 2019

ขณะที่ปริมาณการนำเข้าก็ขยายตัวมากกว่าคาดเช่นเดียวกัน จึงเป็นสัญญาณว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนกำลังเริ่มส่งผลที่ชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้กล่าวเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ปริมาณอุปสงค์ในสหรัฐฯจะปรับดลงอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี 2019 โดยตลาดกำลังจับตาไปที่การเจรจาระหว่างนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือน พ.ย. มาจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าร่วมกันได้หรือไม่

• ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลังจีนรายงานปริมาณการนำเข้าน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวเริ่มเบาบางลงไป อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐฯที่ปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ราคาสัญญาน้ำมัน Brent ปรับสูงขึ้น 0.13 เหรียญ หรือ 0.2% บริเวณ 72.20 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมัน WTI ปรับสูงขึ้น 0.16 เหรียญ หรือ 0.3% บริเวณ 61.83 เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved