สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561

14 พฤศจิกายน 2561

·        ตลาดหุ้นยุโรปเปิดปรับตัวลดลง หลังจากที่อิตาลีต่อต้านการเรียกร้องของสหภาพยุโรปเพื่อแก้ไขเป้าหมายการใช้จ่าย และราคาน้ำมันดิบที่เข้าสู่แนวโน้มทิศทางขาลง

ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx600 ลดลง 0.67% ขณะที่ตลาภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ

·        ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลง ท่ามกลางการร่วงลงของน้ำมันดิบ 7% ซึ่งเป็นการร่วงลงระดับวันที่มากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของจีนที่อาจจะชะลอตัวลงกว่าที่คาดในช่วงไตรมาสที่จะถึงนี้ จากยอดค้าปลีกของจีนประจำเดือนต.ค. แสดงให้เห็นว่าอุปสงค์ในประเทศอ่อนตัวลง

ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตสของผลประกอบการภาคบริษัทและเศรษฐกิจสหรัฐฯ

·        ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดบวกในวันนี้ ท่ามกลางการทำ Short-covering ในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคและเทคโนโลยี ทำให้ตลาดสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บางส่วน หลังจากที่ปรับลดลงจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี Nikkei ปิด +0.2% ที่ระดับ 21,846.48 จุด หลังเคลื่อนไหวแบบผันผวนตลอดวัน

·        ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ยังคงปรับตัวลงต่อในแดนลบ ซึ่งดัชนี HSI ปิดปรับลง 0.74% ทางด้านตลาดหุ้นจีนจับตาไปยังประเด็น Trade War อย่างใกล้ชิด และจะเห็นได้จากดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตปิด -0.85% แถว 2,632.24 จุด และดัชนีเสิ่นเจิ้นปิดลง 0.401% ที่ 1,378.36 จุด 

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจีนมีการตอบรับกับรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนในเดือนต.ค. ที่ปรับขึ้น 5.9% จากเดิมที่ 5.7% ทางด้านยอดค้าปลีกออกมาดีขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

·        ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 3 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย 3 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี

ในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้อุปสงค์ต่างประเทศมีสัญญาณชะลอลงบ้าง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีทิศทางเพิ่มขึ้น ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจสะสม ความเปราะบางในระบบการเงินได้ในอนาคต


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved