สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

15 พฤศจิกายน 2561
 

• ค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์ปรับแข็งค่าขึ้นจากการที่อังกฤษและอียูสามารถเห็นพ้องกันได้ในเรื่องข้อตกลงขั้นต้นในการที่อังกฤษจะออกจากอียูเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบของBrexit ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค

อย่างไรก็ดี ยังคงไม่ชัดเจนว่า นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตีอังกฤษจะได้รับอนุมัติข้อตกลงจากทางสภาฯหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุน Brexit ยังตำหนิเธอที่ยอมจำนนให้แก่ทางอียู ขณะที่วันนี้จะมีการหารือถึงร่าง Brexit

ค่าเงินปอนด์ปรับแข็งค่าขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับยูโร หลังมีความคืบหน้ามากขึ้นของข้อตกลง Brexit โดยค่าเงินปอนด์ปรับขึ้น 0.82% ที่ระดับ 1.2955 ดอลลาร์/ปอนด์ ขณะที่ค่าเงินยูโรก็ตอบรับเชิงบวกเช่นกัน โดยขยับขึ้น 0.34% ที่ 1.12570 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่วันจันทร์ไปทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มิ.ย. 2017

• ดัชนีดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลง 0.15% ที่ 97.397 จุด โอยอ่อนตัวลงจากที่ไปทำระดับแข็งค่ามากที่สุดรอบ 16 เดือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ระดับ 97.693 จุด

• ค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าได้อย่างจำกัดวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลต่อข้อเสนองบประมาณอิตาลี ขณะที่ข้อมูลความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีปรับตัวลง

• เมื่อวานนี้ถือเป็นกำหนดเส้นตายสำหรับอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจรายใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของยูโรโซน จากร่างแผนงบประมาณปี 2019 ที่ต้องเสนอกับทางอียู หลังจากที่เดือนที่แล้วทางคณะกรรมาธิการอียูปฏิเสธต่อร่างงบประมาณอีตาลีไปแล้ว และข่มขู่ว่าอาจมีบทลงโทษหากอิตาลียังไม่ปรับทบทวนเงื่อนไขและมีการละเมิดกฎของทางอียู

ขณะที่ทางไอเอ็มเอฟ กล่าวเตือนว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอาจทำให้อิตาลีมีความเสี่ยงที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นและนั่นก็อาจฉุดรั้งให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงได้

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ชี้ว่า ความตึงเครียดของอิตาลีและอียูได้ส่งผลให้มีความกังวลเกี่ยวกับสถานะของอิตาลีในยูโรโซน

• นางเทเรซ่า เมย์ นายรกัฐมนตรีอังกฤษ สามารถบรรลุร่างข้อตกลง Brexit ร่วมกับทางอียูได้ หลังจากการที่การเจรจายืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม นางเมย์ยังคงต้องเผชิญกับการลงมติในร่างข้อตกลงดังกล่าวภายในรัฐสภาของเธอเองเสียก่อน

โดยสัญญาณตอบรับเบื้องต้นจากภายในรัฐสภาของเธอเองถือว่าไม่ค่อยดีนัก โดยบรรดาผู้สนับสนุนนโยบาย Brexit กลับมองว่านางเมย์เป็นฝ่ายยอมจำนนต่ออียูเสียเอง จึงมีแนวโน้มที่ร่างข้อตกลงดังกล่าวอาจถูกลงมติไม่ให้ผ่านไปได้

ทางด้านพรรคฝ่ายค้าน นำโดยนายเจเรมี โคบลิน ได้แสดงความกังวลว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวอาจไม่เป็นผลดีต่ออังกฤษ และยืนยันว่าพรรคของเขาพร้อมที่จะลงมติยกเลิกทันทีหากตรวจสอบพบว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่เหมาะสมจริง

กลุ่มผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมยามีความวิตกกังวลต่ออุปทานทางการแพทย์และยารักษาโรก หากอังกฤษออกจากอียูโดยปราศจากข้อตกลงใดๆ

• ที่ปรึกษาระดับสูงทางเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯยินดีที่จะกลับมาเจรจาทางการค้ากับจีนอีกครั้ง ขณะที่นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเตือนว่า การเปลี่ยนท่าทีของจีนอาจช่วยหลีกเลี่ยงสงครามเย็นครั้งใหม่กับทางสหรัฐฯได้

• ทำเนียบขาวเผชิญกับความปั่นป่วนภายในอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวน 3 นาย ได้แก่ นายจอห์น เคลลี่ เสนาธิการประจำทำเนียบขาว, นายคริสเจน นีลเซน เลขาธิการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, และนายไลอัน ซิงส์ เลขาธิการกระทรวงมหาดไทย มีแนวโน้มที่จะยื่นลาออก เนื่องจากความไม่เชื่อมั่นในการบริหารหลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางวาระ

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกคาดการณ์ว่าจะให้สัมภาษณ์กับคณะสืบสวนพิเศษเกี่ยวกับกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2016 นำทีมสืบสวนโดยนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ นายทรัมป์นายจะถูกสอบถามเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกันระหว่างรัสเซียและการเลือกตั้งเท่านั้น โดยจะไม่ยังถูกสอบถามเกี่ยวกับความพยายามขัดขวางการสืบสวนแต่อย่างใด

• เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวลงในช่วงไตรมาสที่ 3ที่ 1.2% จากเดิมที่ขยายตัวได้ 3.0% ในไตรมาสที่ 2 อันได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการปรับตัวลงของยอดส่งออก ขณะที่สัญญาณความกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าดูจะเริ่มส่งผลต่ออุปสงค์ต่างประเทศ

• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ภาพรวมรายวันปรับตัวลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี จากความกังวลที่ว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะอ่อนตัวลงขณะที่อุปทานจะล้นตลาด

สัญญาน้ำมันดิบปิด -7.1% และทำสถิติปิดปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ 12 วันทำการ ไปทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2017 จากกลุ่มกองทุนต่างๆที่เริ่มปรับลดการถือครองสัญญาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบ WTI ปิดลง 4.24 เหรียญ คิดเป็น -7.1% ที่ระดับ 55.69 เหรียญ/บาร์เรล และเป็นการปิดรายวันที่ร่วงลงมากที่สุดตั้งแต่ก.ย. ปี 2015 โดยภาพรวมร่วงลงกว่า 28% จากที่ขึ้นไปทำ High ช่วงต้นเดือนต.ค.

สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดลง 4.65 เหรียญ คิดเป็น -6.6% ที่ 65.47 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งอัตราการร่วงลงที่เกิดขึ้นรายวันก็ถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ขณะที่ภาพรวมปรับตัวลงกว่า 25% จากระดับสูงสุดรอบ 4 ปี ที่ทำไว้ในช่วงต้นเดือนต.ค.

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved