สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

15 พฤศจิกายน 2561


 ·         ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินปอนด์อังกฤษและเงินยูโรที่ปรับแข็งค่าขึ้นได้หลังนายกรัฐมนตรีอังกฤษประสบความสำเร็จในการเรียกเสียงสนับสนุนในข้อตกลง Brexit จากบรรดารัฐมนตรี แต่ค่าเงินปรับแข็งค่าขึ้นไม่ได้มากนัก เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการลงมติในรัฐสภาเสียก่อน ซึ่งอาจไม่เป็นหนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสำหรับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักส่วนใหญ่ ปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่บริเวณ 96.87 จุด ขณะที่ค่าเงินปอนด์อังกฤษแข็งค่า 0.06% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่บริเวณ 1.3002 ดอลลาร์/ปอนด์ และค่าเงินยูโรแข็งค่า 0.15% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่บริเวณ 1.1328 ดอลลาร์/ยูโร

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.13% เมื่อเทียบกับเงินเยน ที่บริเวณ 113.47 เยน/ดอลลาร์ โดยค่าเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลารืติดต่อกันได้ 2 ช่วงตลาด แต่ตลาดยังคงให้ความสนใจไปยังค่าเงินดอลลาร์มากกว่าในฐานะ Safe-haven จากประเด็นความขัดแย้งทางการค้า

·         นักวิเคราะห์จาก National Australia Bank ระบุว่า ค่าเงินปอนด์อังกฤษไม่สามารถแข็งค่าเกินระดับ 1.3 ดอลลาร์/ปอนด์ ไปได้เพราะว่าตลาดมองว่าการที่จะนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะสามรรถเรียกเสียงสนับสนุนข้อตกลง Brexit จากทั้งสภาได้มากพอ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

สำหรับค่าเงินดอลลาร์ มองว่าปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนค่าเงินยังคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอัตราค่าเงินที่ขยายตัวต่อเนื่อง จึงน่าจะช่วยหนุนให้เฟดพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยค่อยไปได้ตามแผนเดิม และมองว่าตลาดน่าจะรับข่าวแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้ไปหมดแล้ว ดังนั้นหากค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าไปได้มากกว่านี้ ก็จำเป็นต้องมีสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นในเดือน มี.ค. ปีหน้า

·         ราคาที่อยู่อาศัยในประเทศจีนขยายตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือน ต.ค. นำโดยราคาในเมืองขนาดเล็ก จึงเป็นสัญญาณปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจที่สำคัญตัวหนึ่งของจีนยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้บรรดานักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าราคาที่อยู่อาศัยอาจชะลอตัวลงเมื่อเข้าสู่ปี 2019

ทั้งนี้ ราคาที่อยู่อาศัยใน 70 เมืองหลักของจีน ปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1.0% ในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวได้ 0.9% ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยใน 35 เมืองรายย่อยของจีน ปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1.1%เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวได้ 0.9%

·         การใช้จ่ายของสหรัฐฯในแต่ละรัฐโดยรวมขยายตัวสูงกว่าระดับ 2 ล้านล้านเหรียญเป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2018 นำโดยการใช้จ่ายในภาคการรักษาพยาบาล ตามมาโดยการคมนาคม ขณะที่การใช้จ่ายโดยเฉลี่ยขยายตัวได้ 4.8% ตามคาด เทียบกับปีงบประมาณ 2017 ที่ขยายตัวได้ 3.8%

·         นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ให้ได้ภายในช่วงปีใหม่ และทางทีมบริหารจะไม่ยอมประสบความล้มเหลวในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเกาหลีเหนือเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อน

·         รายงานจาก Reuters ระบุว่า จีนได้มีการตอบรับจดหมายของสหรัฐฯที่เรียกร้องให้จีนทำการปฏิรูประบบการค้าเป็นวงกว้าง แม้รายงานจะไม่ได้ระบุว่าจีนตอบกลับเช่นไร แต่อาจเป็นการส่งสัญญาณทั้ง 2 ฝ่าย อาจสามารถกลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งเพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าได้

ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ถูกคาดการณ์ว่าจะได้พบกันในการประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นในประเทศอาร์เจนติน่า ช่วงสิ้นเดือน พ.ย. นี้

·         ราคาน้ำมันดิบกลับมาเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว แต่ความเชื่อมั่นของตลาดยังถูกดดันโดยภาวะอุปทานที่อาจล้นความต้องการของตลาด ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา

ทั้งนี้ ราคาสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับเพิ่มขึ้น 0.5 เหรียญ ที่ระดับ 66.17 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้น 0.4 เหรียญ ที่ระดับ 56.29 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved