สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561

16 พฤศจิกายน 2561
 
F_20181116.jpg

·         ค่าเงินปอนด์ร่วงลง หลังจากที่เกิดความผันผวนไม่แน่นอนทางการเมืองที่จุดประกายความกังวลว่าอังกฤษอาจต้องออกจากอียูโดยปราศจากข้อตกลง ขณะที่รัฐบาลของนางเมย์ มีการประกาศลาออกหลายตำแหน่ง


เงินปอนด์ร่วงลงเกือบ 2% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ และยูโร และกำหนดสำหรับการร่วงลงระดับรายวันหลัง นายโดมินิค แรพ นายกรัฐมนตรี Brexit ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อต่อต้านร่างข้อตกลงในการออกจากอียู ซึ่งเป็นการลาออกตามรัฐมนตรีรายอื่นๆอีก 3 คน


เงินปอนด์ร่วงลง 1.9% ที่ระดับ 1.2730 ดอลลาร์/ปอนด์ หลังทำระดับร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของปีนี้ ขณะที่ร่วงลง 1.7% ที่ 88.85 ดอลลาร์/ยูโร


·         นักลงทุนกลับถือครองดอลลาร์และค่าเงินเยนในขณะที่เงินปอนด์ผันผวนจากกรณี Brexit หลังจากที่นายโดมินิค แรพ และรัฐมนตรีคนอื่นๆของนางเมย์ประกาศลาออกจากตำแหน่ง


·         ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น 0.18% ที่ระดับ 96.981 จุด ขณะที่วันจันทร์ขึ้นไปทำระดับต่ำสุดรอบ 16 เดือนที่ 97.693 จุด ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.07% ที่ 113.54 เยน/ดอลลาร์


·         นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังต่อสู้กับร่างข้อตกลงในการออกจากอียู หลังจากที่เลขาธิการ Brexit ของเธอ รวมทั้งคนอื่นๆมีการประกาศลาออกจากตำแหน่ง จึงดูจะสั่นคลอนต่อบทบาทหน้าที่ของตนเอง


·         ถ้อยแถลงสมาชิกเฟดเมื่อวานนี้ นายนีล คาร์ชคาริ ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส กล่าวว่า เฟดควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้แรงงานได้มีงานเพิ่มขึ้นกว่านี้ และขณะนี้ก็ยังไม่เห็นถึงสัญญาณที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะOverheatingขณะที่เงินเฟ้อดูจะชะลอการขยายตัว และการขยายตัวของค่าแรงยังอยู่ในระดับต่ำไป ซึ่งสิ่งนี้อาจส่งผลต่อตลาดแรงงาน


·         นายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนต้า กล่าวว่า เฟดควรระมัดระวังในการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจให้แน่ชัด เพื่อให้การปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นเพียงพอต่อการขัดขวางภาวะ Overheating และไม่มากพอที่จะไปขัดขวางวงจรขยายตัวทางเศรษฐกิจ


·         นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า แรงกดันในทำเนียบขาวอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเป้าหมายการจ้างงานได้ ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาปรับทบทวนกันอีกครั้งในปีหน้าเพื่อดูว่าทิศทางเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรและเปิดกว้างมากขึ้น


·         ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวขึ้นได้เป็นวันที่ 2 หลังจากที่ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯปรับตัวลง และความเป็นไปได้ที่จะเห็นโอเปกปรับลดกำลังการผลิตเพื่อหนุนราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดปรับขึ้น 50 เซนต์ ที่ระดับ 66.62 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 21 เซนต์ ที่ระดับ 56.46เหรียญ/บาร์เรล  

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved