สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มกราคม 2562

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มกราคม 2562

11 มกราคม 2562

·       ตลาดหุ้นยุโรปเปิดปรับขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ ท่ามกลางกลุ่มนักลงทุนที่จับตาความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยดัชนี Stoxx 600 เปิด +0.2% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นทุกภาคส่วนที่เคลื่อนตัวแดนบวก

ขณะที่ประเด็นหลักที่ยุโรปให้คตวามสำคัญ คือ ประเด็น Brexit หรือการที่อังกฤษจะออกจากอียู โดยนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความคาดหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์แบบ No-Deal ได้

·       ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังประธานเฟดยังคงยืนยันถึงแนวโน้มที่เฟดจะพิจารณาชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และสัญญาณเขิงบวกต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ทั้งนี้ ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิด +0.29% ที่ระดับสูงสุดของวันที่ 6 ธ.ค.

นักวิเคราะห์จาก Nomura Securities ระบุว่า ถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ใช้คำว่า เฟดจะมีความอดทนในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หมายถึงเฟดยังมีแนวโน้มดำเนินนโยบายไปในทิศทางคุมเข้ม แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนออกไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นบรรดาสินทรัพย์เสี่ยงจึงกำลังได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถงดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีท่าทีอ่อนข้อต่อจีนมากขึ้น หลังจากการปรับร่วงลงของตลาดหุ้น ทางสหรัฐฯจึงมีการขอความร่วมมือกับทางจีนมากขึ้น ขณะที่ทางจีนก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธความร่วมมือดังกล่าว

·       ตลาดหุ้นญี่ปุ่นบวกท่ามกลางแรงหนุนจากการปรับสูงขึ้นของหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืน และยังเป็นการฟื้นตัวหลังธุรกิจกลุ่มร้านสะดวกซื้อประกาศตัวเลขผลประกอบการรายไตรมาสที่ตกต่ำเมื่อวานนี้ 

ทั้งนี้ ดัชนี Nikkei ปิด +0.7% ที่ระดับ 20,306.13 จุด สำหรับภาพรวมรายสัปดาห์ดัชนีปิด +3.7%

นักวิเคราะห์จาก Daiwa Securities ระบุว่า ดัชนี Nikkei สามารถยืนเหนือระดับ 20,000 จุด ที่เป็นแนบรับสำคัญทางจิตวิทยาได้อย่างมั่นคง ดังนั้นจึงคาดว่ามีโอกาสที่ดัชนีจะสามารถปรับสูงขึ้นได้อีก แต่อาจไม่มากนักเนื่องจากยังความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกอยู่

·       ตลาดหุ้นจีนปิดบวก หลังจากข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ภายในเดือนนี้ จึงช่วยหนุนโอกาสที่สหรัฐฯ-จีนจะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้ากันได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ดัชนี Shanghai Composite ปิด +0.74% ที่ระดับ 2,553.83 จุด   

·       สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยลดลง 5.25 มาอยู่ที่ระดับ 92.75 โดยอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เช่นเดิม

ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่า นักลงทุนกังวลกับความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการไหลเข้าออกของกระแสเงินทุนจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนเชื่อมั่นในสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเรื่องการเลือกตั้งและกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะช่วยความเชื่อมั่นนักลงทุน

·       ธปท. คาดแม้การส่งออกสินค้าของไทยยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาภายนอกประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อไทย เนื่องจากจะทำให้มีการย้ายคำสั่งซื้อ และการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

พร้อมคาดว่ามูลค่าการส่งออกในปี 62 ขยายตัวได้ 3.8% ชะลอลงจากปี 61 คาดว่าส่งออกได้ 7% เพราะมีฐานที่สูงจากปีก่อนหน้าและผลกระทบเรื่องสงครามการค้าเป็นหลัก

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved