สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

8 กุมภาพันธ์ 2562

• ค่·         ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางอุปสงค์ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ปรับขึ้นจากความไม่แน่นอนในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯและจีน รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว


โดยความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่คณะกรรมาธิการอียูมีการหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนปีนี้และปีหน้า อันเป็นผลสืบเนื่องจากข้อขัดแย้งทางการค้าและความท้าทายทางด้านอุปสงค์


·         กลุ่มนักลงทุนกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกยิ่งขึ้น หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเขาจะไม่เข้าพบกับผู้นำจีนก่อนกำหนดเส้นตายการบรรลุข้อตกลงทางการค้าในช่วงต้นเดือนมี.ค.นี้


·         นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Bank of Singapore กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์ได้รับอานิสงส์จากความกังวลต่อภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอกต่างๆ และตลาดกำลังรอดูว่าจะมีมาตรการอะไรที่จะมาสนับสนุนเสถียรภาพทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และหากมีมาตรการออกมาก็จะเป็นการยากที่จะเห็นดอลลาร์อ่อนค่า


·         ดัชนีดอลลาร์ยังคงปรับแข็งค่าอีก 0.1มาที่ 96.59 จุด หลังจากไปทำระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์


ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงมาที่ 1.1338 ดอลลาร์/ยูโร โดยเป็นการอ่อนตัวลงติดต่อกัน 5 วันทำการ จากข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนที่อ่อนตัว และการที่อีซีบีน่าจะคงนโยบายการเงินในปีนี้


นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก DBS คิดว่ามีแนวโน้มจะเห็นยูโรอ่อนค่าลงไปได้อีกแตะ 1.10 ดอลลาร์/ยูโรในปีนี้ จากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับข้อมูลของทางสหรัฐฯ


รายงานจาก Politico เผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคาดหวังที่จะลงนามคำสั่งในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับกรณีการแบนสินค้าอุปกรณ์สื่อสารของจีนจากบริษัทเครือข่ายไวเลสของทางสหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวของสหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์มีแผนจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวก่อนที่จะประชุมร่วมกับผู้นำภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ในวันที่ 25 ก.พ.นี้

 

·         ค่าเงินปอนด์ทรงตัวในวันนี้แถว 1.2900 ดอลลาร์/ปอนด์ก่อนที่ นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเข้าพบกับตัวแทนจากไอร์แลนด์เพื่อหารือถึงแผนการแก้ปัญหาพรมแดน แต่ก็ยังไม่มีกำหนดการที่จะจัดประชุมอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

โดยภาพทางเทคนิคชี้ว่าหากค่าเงินปอนด์จะกลับมาแข็งค่าต้องฝ่าแนวต้าน 1.3040 ดอลลาร์/ปอนด์ได้อีกครั้งถึงจะมีโอกาสเห็นระดับค่าเงินแถว 1.3100 ดอลลาร์/ปอนด์ ขณะที่ความไม่แน่นอนหรือ Brexit มีแนวโน้มจะทำให้ราคายังอ่อนตัวแถว 1.300 ดอลลาร์/ปอนด์


แนวรับ: 1.2925, 1.2880 และ 1.2835 
แนวต้าน
: 1.2995, 1.3040 และ 1.3090

·         สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี เผยว่า ปริมาณการค้าต่างประเทศของเยอรมนีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2018 โดยข้อมูลส่งออกคิดเป็นมูลค่า 1.3 ล้านล้านยูโร ขณะที่ยอดนำเข้าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านยูโร ท่ามกลางยอดเกินดุลที่ดูจะแคบลง ขณะเดียวกันต้องดูแนวทางการจัดการของเยอรมนีว่าจะรับมือกับระบบการค้าโลกต่อไปเช่นไรภายใต้การใช้นโยบายกีดกันทางการค้าและท่าทีของ Trade War ที่เกิดขึ้น

·         วันนี้ประเทศไทยมีการทดสอบสัญญาณ 5G กับบริษัท Huawei Technologies ท่ามกลางสหรัฐฯที่เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรทำการแบนสินค้าจากบริษัทเครื่องมือสื่อสารยักษ์ใหญ่ของจีนดังกล่าว

·         ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายโบนัสปรับขึ้นตามค่าแรงที่เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. จึงย้ำว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของทางญี่ปุ่นยังฟื้นตัวได้ปานกลาง แต่ก็ยังมีความยากลำบากในการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงต่างๆที่เพิ่มขึ้น

·         ตลาดน้ำมันวันนี้ปรับตัวลงต่อจากข้อมูลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แม้ว่าจะมีข้อตกลงภาวะอุปทานน้ำมันที่ปรับตัวลงจากกลุ่มโอเปก รวมทั้งการที่สหรัฐฯออกมาตรการคว่ำบาตรจากเวเนซุเอลาที่ยังเป็นแรงหนุนราคาน้ำมันดิบ

น้ำมันดิบ WTI ทรงตัวแถว 52.20 เหรียญ/บาร์เรล โดยระหว่างวันอ่อนตัวลงไป 44 เซนต์ คิดเป็น -0.8เมื่อเทียบกับราคาปิดวานนี้ ทางด้านน้ำมันดิบBrent ปรับตัวลง 44 เซนต์ ที่ 61.19 เหรียญ/บาร์เรลหรือปรับลง 0.7% หลังจากที่ปิดปรับลงไปกว่า 1.7%


·         ตลาดการเงินกำลังถูกกดดันจากราคาสัญญาน้ำมันดิบ ที่ได้รับความกังวลจากข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ และบั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved