สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2562

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2562

13 มีนาคม 2562

  

· ตลาดหุ้นยุโรปเปิดในแดนลบ โดยได้รับแรงกดดันจากการลงมติ Brexit เมื่อคืนที่ผลออกมาเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่สองของนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

โดยดัชนี Stoxx 600 เปิดในแดนลบและเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว ท่ามกลางหุ้นส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวผสมผสาน โดยหุ้นกกลุ่มยานยนต์ที่ปรับขึ้นได้มากที่สุดที่ 0.37% ขณะที่หุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยปรับตัวลดลงมากที่สุด

· ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดที่เผชิญภาวะ risk-off ขณะที่ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ท่ามกลางเหล่านักลงทุนรอคอยการลงมติ Brexit ที่ยังความชัดเจนในคืนนี้ โดยดัชนี MSCI ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 0.45%

ความไม่แน่นอนของความคืบหน้ากรณี Brexit กลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทางรัฐสภาอังกฤษยังคงปฏิเสธแผนข้อตกลงของ นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษอีกครั้งเมื่อวานนี้แพ้คะแนนเสียงไป 149 เสียง โดยมีคนลงคะแนนเห็นชอบ 242 เสียง ขณะที่เสียงคัดค้านมีมากกว่าที่ 391 เสียง แม้ว่าช่วงต้นสัปดาห์ร่างข้อตกลงดังกล่าวจะเห็นพ้องกันระหว่างอียูและนางเมย์

หากคืนนี้รัฐสภาอังกฤษโหวตไม่เห็นด้วยกับการออกจากอียูแบบ No-Deal สิ่งที่จะตามมาคือการลงมติขยายมาตรา 50 หรือโหวตเลื่อนวันออกจากอียู ในวันพฤหัสบดีนี้ และการขยายระยะเวลาดังกล่าวอาจนำมาซึ่งความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ หากนางเมย์เริ่มตระหนักถึงทางตันมากขึ้นในทางการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องรอผลที่จะตามมาของคืนวันพุธเป็นอันดับแรก

· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง ท่ามกลางยอดสั่งซื้อเครื่องจักรในญี่ปุ่นชะลอตัวลงในเดือน ม.ค. ซึ่งกดดันหุ้นของผู้ผลิตและผู้ส่งออก ขณะที่เหล่านักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการลงมติ Brexit

ด้านหุ้นการเงินซึ่งได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก็ถูกกดดันเนื่องจากอัตราผลตอบแทนของสหรัฐฯร่วงลงจากข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนแอ ซึ่งหนุนการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

โดยดัชนี Nikkei ร่วงลง 1.0% ท่ี่ระดับ 21,290.24 จุด หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในช่วงก่อนหน้านี้

· ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการลงมติ Brexit ขณะที่เหล่านักลงทุนรอคอยข่าวเพิ่มตเิมเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

โดยดัชนี Shanghai Composite ลดลง 1.1% ที่ระดับ 3,026.95 จุด

· นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้รีบพิจารณาถอดชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกจากบัญชีนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เนื่องจากเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (15)

· คำพิพากษาศาลแขวงดุสิต คดีหมายเลขแดงที่ อ. 2183/2558 ระบุว่า "ดังนั้น คสช.จึงเป็นเจ้าพนักงานตามอำนาจที่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญให้ไว้"

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขแดงที่ 7767/2559 ระบุไว้ว่า"ที่จำเลยอ้างว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ไม่ใช่เจ้าพนักงานนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคสช.มีอำนาจดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมาย จึงเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจออกคำสั่งให้จำเลยมารายงานตัว"

"เรื่องนี้ไม่น่าใช้เวลาเนิ่นนาน เพราะสถานะของพล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช. ควรถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐอยู่แล้ว ซึ่งกกต.ควรรู้อยู่แล้ว เพราะมีคำพิพากษาของศาลลงไว้ให้เห็นแล้ว ซึ่งได้นำคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องมายืนยัน"

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved