สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2562

15 พฤษภาคม 2562

· ตลาดหุ้นยุโรปเคลื่อนไหวผสมผสาน เนื่องจากตลาดฟื้นตัวหลังจากแรงเทขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

อันเป็นผลมาจากการที่จีนประกาศภาษีตอบโต้การนำเข้าสหรัฐฯ โดยดัชนี Stoxx600 เคลื่อนไหวทรงตัว

· ตลาดหุ้นเอเชียรีบาวน์จากระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯยืนยันว่าการเจรจาการค้ากับจีนยังไม่ล่ม และว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกในตอนนี้เป็นเพียงความขัดแย้งกันเล็กน้อย รวมทั้งความหวังที่ว่าจีนจะเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

โดยดัชนี MSCI ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ดัชนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สิ้นเดือนม.ค.ในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้

· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง หลังจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 7 วันทำการ

เนื่องจากความคาดหวังว่าจีนจะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหนุนหุ้นในภูมิภาค

โดยดัชนี Nikkei ปิด+0.6% ที่ะรดับ 21,288.56 จุด หลังจากที่เคลื่อนไหวในแดนลบในช่วงก่อนหน้านี้

· ตลาดหุ้นจีนรีบาวน์ประมาณ 2% ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากข้อมูลภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกที่อ่อนแอนั้นช่วยกระตุ้นความคาดหวังของการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามทางการค้าเล็กน้อย หลังจากระบุว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวเป็นการ หยั่งเชิงเท่านั้นพร้อมทั้งเชื่อว่าการเจรจาทางการค้าจะยังคงดำเนินต่อไป

โดยดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้น 1.9% ที่ะรดับ 2,938.68 จุด

· นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า วันนี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.54 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.50 บาท/ดอลลาร์ โดยวันนี้เงินบาทมีโอกาสผันผวน จากประเด็นสงครามการค้าและความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจอิตาลี รวมทั้งท่าทีของไทยในการดูแลค่าเงินบาท

อย่างไรก็ตามระหว่างวันคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.45-31.60 บาท/ดอลลาร์

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved