สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2562

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2562

24 มิถุนายน 2562

 

· ค่าเงินยูโรแข็งค่าต่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และทำระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางทิศทางขาลงของค่าเงินดอลลาร์ที่ยังดำเนินต่อ จากกระแสคาดการณ์เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยเร็วๆนี้

โดยค่าเงินยูโรแข็งค่า 0.15% เมื่อเทียบกับดอลลาร์แถว 1.1381 ดอลลาร์/ยูโร หลังเมื่อสัปดาห์ก่อน ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นได้ 1.4% 1.1386 ดอลลาร์/ยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันที่ 22 มี.ค.

· ทางด้านดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแภว 96.107 จุด หลังจากทำระดับต่ำสุดที่ 96.093 จุด เมื่อวันศรุกืที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวันที่ 21 มี.ค.


· นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Daiwa Securities ระบุว่า แม้ทางอีซีบีและเฟดจะมีการดำเนินนโยบายไปในทิศทางผ่อนคลายคล้ายๆกัน แต่เนื่องจากทางอีซีบีมีการใช้นโยบายดอกเบี้ยอยู่ในระดับติดลบอยู่แล้ว รวมถึงไม่ค่อยเหลือเครื่องมือสำหรับการผ่อนคลายนโยบายไปมากกว่านี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับเฟดในปัจจุบันทุกประการ จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร

ด้านค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินเยน ปรับสูงขึ้น 0.1% แถว 107.395 เยน/ดอลลาร์ หลังทำระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 107.045 เยน/ดอลลาร์

โดยนักวิเคราะห์จาก FPG Securities ประเมินว่า การที่ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหลุดระดับ 105 เยน/ดอลลาร์ ดูจะเป็นไปได้ยาก


EURUSD TECHNICAL ANALYSIS



· ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถยืนเหนือเส้นแนวต้านเทรนขาลงระยะ 18 เดือนได้ ท่ามกลางแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ จากสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยของเฟดที่มากขึ้น ล่าสุดค่าเงินยูโรได้เผชิญแนวต้านที่ระดับ 1.1388 ดอลลาร์/ยูโร แนวโน้มต่อไปที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด คือการที่ค่าเงินเริ่มอ่อนค่าลงมาจากระดับปัจจุบัน หรือขึ้นทดสอบแนวต้านดังกล่าวก่อนแล้วค่อยอ่อนค่าลงจากแรงเทขายทำกำไร


· นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า บรรดาประเทศเอเชีย-แปซิฟิกภายใต้ข้อตกลง RCEP ยินดีที่จะเดินหน้าข้อตกลงต่อไปโดยไม่มีอินเดีย

ข้อตกลง RCEP หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership ที่ทั้ง 16 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมกันเจรจาร่างข้อตกลงมาตั้งแต่ปี 2013 แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้เสียที เนื่องจากทางอินเดียลังเลที่จะเปิดตลาดรับการลงทุนจากต่างชาติ

· รายงานจาก Nikkei Asian Review ระบุว่า ทางประเทศจีนเริ่มหมดความอดทนต่อความล่าช้าของข้อตกลงดังกล่าว และเรียกร้องให้ผลักดันข้อตกลงไปต่อ โดยไม่มีอินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ทั้ง 16 ประเทศในข้อตกลง RCEP ประกอบไปด้วย 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ 6 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียอย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หากสามารถหาข้อตกลงได้โดยมีร่วมลงนามจากทั้ง 16 ประเทศ ยอดรวม GDP ของกลุ่มเศรษฐกิจภายใต้ข้อตกลงจะมากถึง 1 ใน 3 ของยอด GDP รวมทั่วโลก

ทั้งนี้ บรรดาประเทศสมาชิกเริ่มแสดงความหวังว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสามารถหาข้อสรุปได้ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ท่ามกลางภาวะสงครามการค้าระหว่งาสหรัฐฯ-จีน ที่เป็นปัจจัยผลักดันให้เร่งเจรจาหาข้อสรุปโดยเร็ว

· นายหวัง โชเหว่ย รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งประเทศจีน ระบุว่า รัฐบาลจีนต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกการปฏิบัติที่ “ไม่เหมาะสม” กับบริษัทสัญชาติจีน และอยู่ภายใต้หลักการของการค้าเสรีตามที่องค์การการค้าโลก WTO กำหนดไว้ รวมถึงนำรายชื่อของบริษัทจีนเหล่านั้นออกจากบัญชีของสหรัฐฯเสีย ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

· ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศจีน ยืนยัน จีนจะไม่ยอมให้ที่ประชุม G20 สัปดาห์นี้ มีการพูดคุยกันถึงเหตุการประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกง ที่เกิดจากที่ประชาชนฮ่องกงไม่พอใจต่อการผลักดันร่างกฏหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทสจีนอย่างแน่นอน

· กระทรวงโทรคมนาคมของอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์กับอิหร่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปิดระบบยิงขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งรายงานจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ได้ยืนยันถึงการโจมตีดังกล่าว

การโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวขัดแย้งกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กล่าวว่า สหรัฐฯได้หลีกเลี่ยงที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน


ขณะที่รายงานจาก The Washington Post ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ ทางรัฐบาลสหรัฐฯได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับการทำงานของระบบยิงขีปนาวุธเพียงอย่างเดียว พร้อมกล่าวหาว่า ทางอิหร่านก็มีการใช้การโจมตีทางไซเบอร์เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

· ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากประเด็นความไม่แน่นอนจากสหรัฐฯและอิหร่าน หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯจะใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมในวันนี้ หลังจากโดรนของทางกองทัพสหรัฐฯได้ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีในขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าสากลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ทางด้านนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯจะประกาศมาตรดังกล่าวในวันนี้

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 0.8% ที่ระดับ 65.70 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.2% ที่ระดับ 58.13 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved