สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2562

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2562

25 มิถุนายน 2562

 

· ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงอีก 0.24% ที่ 95.985 จุด หรือร่วงลงแล้วกว่า 1.57% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางกระแสที่ว่าเฟดจะทำการปรับลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยนในเวลานี้ โดยเงินเยนทรงตัวที่ 107.31 เยน/ดอลลาร์ หลังจากที่แข็งค่าลงไปอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่แล้วแตะ 107.045 เยน/ดอลลาร์



ด้าน Bitcoin ก็ยังคงร้อนแรงหลังจากที่ปรับขึ้นมาเหนือ 11,000 เหรียญ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มี.ค. ปี 2018 และทำให้ภาพรวมปีนี้กลุ่ม Cryptocurrency ปรับขึ้นได้เกือบ 200% หลังจากที่ Facebook เผยแผนจะออกสกุลเงินของตัวเองในชื่อ Libra Digital โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก



· กลุ่มนักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับการพบกันของสองผู้นำสหรัฐฯ-จีนในการประชุม G20 ในสัปดาห์นี้ โดยตลาดเชื่อว่าหากสหรัฐฯและจีนยังคงล้มเหลวในการกลับมาเจรจาทางการค้าก็ดูจะสร้างความร้อนแรงทางการค้าอีกครั้ง และเมื่อนั้นเฟดอาจจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อยับยั้งไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวเป็นวงกว้างอันเนื่องจากภาษีนำเข้าสินค้าที่สูงขึ้น



· รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีน แสดงความเห็นว่า สหรัฐฯและจีนควรที่จะกลับมาเดินหน้าเจรจาทางการค้าร่วมกัน



· เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group เผยว่ามีโอกาส 100% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า และมีโอกาสสูงที่จะเห็นเฟดลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งตามมา

· อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯดิ่งลง ท่ามกลางนักลงทุนเตรียมพร้อมเพื่อปรับพอร์ตก่อนการพบกันครั้งสำคัญระหว่างผู้นำสหรัฐฯและจีนในการประชุม G20 โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับลงมาแถว 2.021% ขณะที่อัตราผลตอบแทนอายุ 30 ปี ปรับลงมาแถว 2.551%

ตลาดการเงินต่างคาดหวังว่าการพบกันครั้งนี้ของสองผู้นำจะนำมาซึ่งการกลับมาเจรจาทางการค้าเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดข้อตกลง และยุติสงครามการค้าที่มีมาอย่างยาวนานได้ หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเก็บภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นในเดือนที่แล้ว



นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนยังให้ความสนใจไปยังความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน หลังจากที่เมื่อวานนี้สหรัฐฯประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร แต่อิหร่านก็ไม่ได้สนใจต่อเรื่องดังกล่าว และมองเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ


· เมื่อวานนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีการลงนามคำสั่งการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรฉบับใหม่ต่ออิหร่านเพื่อตอบโต้การโจมตีโดรนสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสหรัฐฯจะเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่อไปจนกว่าอิหร่านจะยุติการกระทำที่ดูเป็นอันตราย ซึ่งสหรัฐฯไม่ได้มีความต้องการมีปัญหาต่ออิหร่านแต่ก็ยอมไม่ได้ที่จะให้อิหร่านมีการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์


· ราคาน้ำมันดิบปิดผสมผสานกันเมื่อวานนี้ ท่ามกลางตลาดที่กังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่อาจบรรเทาลงไปได้ ขณะที่ตลาดก็ยังมีความกังวลในเรื่องอุปสงค์น้ำมันที่อาจปรับตัวลดลง โดยน้ำมันดิบ Brent ปิดปรับลง 34 เซนต์ หรือ -0.5% ที่ระดับ 64.86 เหรียญ/บาร์เรล ทางด้านน้ำมันดิบ WTI ปิดปรับขึ้น 0.8% หรือ 47 เซนต์ ที่ 57.9 เหรียญ/บาร์เรล

· นักวิเคราะห์น้ำมันจากสถาบัน Macquarie กล่าวกับสำนักข่าว CNBC ว่า ตลาดน้ำมันกำลังประเมินความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านต่ำเกินไป ในขณะที่สหรัฐฯกำลังเตรียมออกนโยบายคว่ำบาตร “ครั้งสำคัญ” กับอิหร่าน

โดยหากสหรัฐฯเปิดเผยนโยบายคว่ำบาตรดังกล่าว มีโอกาสสูงที่ทางอิหร่านจะตอบโต้ ดังนั้นโอกาสที่ความขัดแย้งจะขยายตัวในอนาคตอันใกล้นี้จึงมีอยู่ในระดับสูงมาก คาดการณ์โอกาสที่ความขัดแย้งจะบานปลายไว้ที่ 50% ในปัจจุบัน แม้โอกาสที่จะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบจะมีอยู่ต่ำ แต่ความขัดแย้งที่บานปลายจะรบกวนกระแสขนส่งน้ำมันในตลาดโลก



นอกจากนี้ ยังมองว่าราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก หากความขัดแย้งบานปลาย แต่โอกาสที่จะขึ้นไปถึง 100 เหรียญ/บาร์เรลนั้น น่าจะเป็นไปได้ยาก



· ชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในรัฐบาลตุรกี ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองอิสตันบูลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับอำนาจของนายเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี และจุดประกายความหวังของประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจ


โดยพรรคฝ่ายค้าน หรือ Republican People’s Party (CHP) นำโดยนายเอ็กเร็ม อิมาม็อกลู (Ekrem Imamoglu) สามารถครองคะแนนนำในการเลือกตั้งได้ 54% ขณะที่พรรคการเมืองของนายเออร์โดกัน หรือ พรรค Justice and Development Party (AKP) มีคะแนนตามมาที่ 45%



ตลาดมีการตอบรับในทางบวกกับผลการเลือกตั้ง ส่งผลให้ค่าเงินลีราตุรกีปรับแข็งค่าสู่ระดับ 5.7333 ดอลลาร์/ลีรา จากเดิมที่ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 5.8140 ดอลลาร์/ลีรา ขณะที่ดัชนี BIST 100 ของหุ้นตุรกี ปรับสูงขึ้นประมาณ 2% นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร



บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved