สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2562

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2562

23 กรกฎาคม 2562

· ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษจะนำพาอังกฤษถอนตัวออกจากอียูแบบ No-deal

โดยดัชนี Stoxx600 เพิ่มขึ้นประมาณ 0.5% ด้านหุ้นยานยนต์เพิ่มขึ้น 2.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการปรับลง 0.4%

· ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางเหล่านักลงทุนที่รอคอยการประชุมของเหล่าบรรดาธนารคารกลางในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า

โดยดัชนี MSCI ที่ไม่รวมหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.12%

นักเศรษฐศาสตร์ประจำ ING ระบุว่า เหล่านักลงทุนกำลังรอดูความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นก่อนการประชุมอีซีบี ในสัปดาห์นี้และการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

ขณะที่ตลาดจับตาไปยังพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษที่จะเตรียมประกาศรายชื่อผู้ชนะในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรคคนใหม่ในวันนี้ ซึ่งผู้ชนะจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษโดยอัตโนมัติ

· ตลาดหุ้นญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมา แมว้่าการซื้อขายยังคงเบาบางก่อนหน้าช่วงการประกาศผลประกอบการในประเทศ

โดยดัชนี Nikkei เพิ่มขึ้น 1.0% ที่ะรดับ 21,620.88 ซึ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

หุ้นชิปที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกจากข่าวที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯและเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของคณะทำงานทรัมป์ได้ประชุมกับเหล่าซีอีโอจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องการอนุมัติให้จำหน่ายสินค้าให้กับหัวเว่ยอีกครั้ง

· ตลาดหุ้นจีนปิดปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นโครงสร้างพื้นฐานและบริษัทไอทีที่เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่บรรดานักลงทุนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องกับการเปิดตัว STAR ดัชนีหุ้นตัวใหม่ที่มีรูปแบบคล้ายกับดัชนี Nasdaq

โดยดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้น 0.5% ที่ระดับ 2,899.94 จุด

สำนักข่าวอินโฟเควสท์

- นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบ โดยดัชนีฯปรับขึ้นแล้วก็มีย่อตัวลงมาบ้าง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างรอดูหลายปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะส่งผลบวกหรือลบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ หากผู้นำเป็นนายบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ น่าจะทำให้อังกฤษมีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง ซึ่งน่าจะส่งผลให้ตลาดฯเกิดความผันผวน

- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้มีการพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากได้ร่วมกันร่างแถลงนโยบาย และเป็นหน้าที่ที่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาอยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้อ่านแถลงนโยบายทั้งหมด หากสมาชิกมีข้อสงสัยก็ให้ซักถามได้ จึงไม่ได้เตรียมการใดๆไว้ เพียงแต่รัฐมนตรีบางคนอาจโดนพาดพิงคุณสมบัติก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้เพื่อการชี้แจงที่ครบถ้วน

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved