สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ข่าว

สรุปข่าวตลาดหุ้น (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562

19 พฤศจิกายน 2562
 

· ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงปิดปรับขึ้นได้ในแดนบวกหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯมีการขยายเวลา 90 วันให้แก่บริษัทสหรัฐฯในการทำธุรกิจกับทางบริษัท Huawei จึงช่วยคลายกังวลต่อความไม่แน่นอนของข้อตกลงการค้าบางส่วนลงไป หลังจากที่ช่วงต้นตลาดัชนีสหรัฐฯอ่อนตัวลงหลังมีรายงานว่าจีนเป็นกังวลต่อการคัดค้านของนายทรัมป์

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์กลับมาปิด +31.33 จุด หรือ +0.11% ที่ระดับ 28,036.22 จุด ทางด้าน S&P500 ปิด +0.05% ที่ 3,122.03 จุด และ Nasdaq ปิด +0.11% ที่ 8,549.94 จุด

ด้าน MSCI ที่รวมดัชนีทั่วโลกส่วนใหญ่ ปรับตัวขึ้นไม่น้อยกว่า 1% ไปทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ ม.ค. ปี 2018

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ทำการนำบริษัท Huawei Technologies Co Ltd เข้าสู่ Blacklist ตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดก็ได้ขยายเวลาใบอนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯสามารถเข้าซื้อสินค้าได้อีก 90 วัน

· ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงหลังจากที่แหล่งข่าวรัฐบาลจีนเผยถึงมุมมองต่อข้อตกลงการค้าที่ไม่ค่อยดีนัก จึงทำให้ดัชนี Stoxx600 ปิด -0.1%

กขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนกลับมามีท่าทีระมัดระวังมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ทางการจีนยังมีความกังวลใจต่อการคัดค้านของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกการขึ้นภาษีสินค้าจีนบางตัว และอาจทำให้ต้องรอความคืบหน้าการทำข้อตกลงอีกครั้ง ขณะที่ตลาดยังมีเรื่องการไต่สวนทรัมป์ให้ต้องติดตาม รวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีหน้านี้

· ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าสหรัฐฯและจีน โดยดัชนีนิกเกอิเปิด -0.21% ขณะที่ดัชนี Topix เปิด -0.14% และ Kospi ของเกาหลีใต้เปิด -0.49%

ดัชนี S&P/ASX200 ของออสเตรเลียเปิดทรงตัว โดยตลาดรอคอยการประชุมของธนาคารกลางออสเตรเลีย ในขณะที่ดัชนี MSCI ที่ไม่รวามญี่ปุ่นเช้านี้เปิด -0.1%

· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

-นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ระหว่าง 30.15-30.30 บาท/ดอลลาร์

-สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไทย (สศช.) แถลงตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 3/62 เติบโต 2.4% จากขยายตัว 2.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้วเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/62ขยายตัวจากไตรมาส 2/62 ราว 0.1% ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 62 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.5%

-สภาพัฒน์ฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/62 จะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าในไตรมาส 3/62 ที่เติบโต 2.4% เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวน่าจะหมดไป ประกอบกับแนวโน้มการส่งออกที่คาดว่าจะเริ่มกลับมามีเสถียภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/62 จะต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2.8% เพื่อให้ทั้งปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 2.6% ตามที่สภาพัฒน์ได้ประมาณการไว้ล่าสุด

-รมว.คลังไทย กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอย่างใกล้ชิดหากมีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มก็ยังมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนครึ่งก่อนปิดสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 2.6%

-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีไทย กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP)ในไตรมาส 3/61 ที่ขยายตัว 2.4% ถือว่าดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก เพราะเศรษฐกิจของไทยใหญ่มากมีขนาดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งการรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจจึงไม่ใช่ของง่าย

-ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3/62 เติบโต 3.8% ลดลงต่อเนื่องจาก 4.2% ในไตรมาสก่อน เป็นผลจากการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะลูกหนี้ธุรกิจ SME ขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะที่คาดว่าสิ้นปีนี้ ธนาคารพาณิชย์จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นตามเป้าที่วางไว้ 3-5% ขณะที่ปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อยังเติบโตอยู่ในระดับ 1.5% โลกและระดับภูมิภาคในการทำธุรกิจว่า รายงานฉบับดังกล่าวกระตุ้นให้แต่ละประเทศเตรียมรับมือภาวะการณ์ต่างๆ ที่อาจจะกระทบกับเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ใช่การรายงานภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเป็นการสอบถามความคิดเห็น จากนักลงทุนในภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลกเกี่ยวกับการคาดการณ์ในอนาคต

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved