สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มกราคม 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคค่ำ) ประจำวันที่ 11 มกราคม 2561

11 มกราคม 2561


 

• ค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินเยนปรับแข็งค่าขึ้น 0.2% บริเวณ 111.70 เยน/ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า การที่รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ส่งผลให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลในกรณีดังกล่าวลง

ด้านดัชนีดอลลาร์ ปรับแข็งค่าขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักส่วนใหญ่ บริเวณ 92.396 จุด หลังอ่อนค่าลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 91.922 จุด ในช่วงตลาดก่อนหน้า

ค่าเงินยูโรทรงตัวที่บริเวณ 1.1951 ยูโร/ดอลลาร์ หลังจากที่แข็งค่าขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 1.20185 ยูโร/ดอลลาร์ ในช่วงตลาดก่อนหน้า

• รายงานจาก Reuters ระบุว่า กระทรวงยุติธรรมแห่งเกาหลีใต้ กำลังเขียนร่างนโยบายที่จะประกาศห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล หลังหน่วยงานตำรวจของเกาหลีใต้ได้บุกเข้าจับกุมตัวแทนซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลหลายเจ้า ในข้อกล่าวหาการหลีกเลี่ยงภาษี จึงสร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินดิจิตอลเป็นอย่างมาก

ด้านมูลค่า Bitcoin ปรับร่วงลง 11% หลังมีรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาระงับการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลทั้งหมด

• นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯอาจพิจารณากลับเข้าร่วมสนธิสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมกับฝรั่งเศส หากได้ข้อเสนอที่ยุติธรรมมากกนี้ พร้อมอ้างว่า ที่สหรัฐฯถอนตัวออกมาในตอนแรกนั้น เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวมีความไม่ยุติธรรมกับสหรัฐฯเกินไป

• ตัวแทนจากรัฐบาลเม็กซิโก เผย เม็กซิโกจะเดินออกจากที่ประชุมทันที หากสหรัฐฯประกาศจะถอนตัวเองออกจากข้อตกลง NAFTA ขณะที่ตัวแทนจากแคนาดาค่อนข้างเชื่อมั่นแล้วว่า สหรัฐฯจะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งได้ส่งผลให้ค่าเงินของแคนาดาและเม็กซิโกปรับอ่อนค่าและกดดันตลาดหุ้นทั่วทวีป

• ผลสำรวจจาก Morgan McKinley เผย ประเทศอังกฤษสูญเสียตำแหน่งงานใหม่ลงไปกว่า 37% นับตั้งแต่เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Brexit ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เนื่องจากบรรดาผู้ประกอบการลังเลที่จะเพิ่มการจ้างงานจากความไม่แน่นอนของภาวะ Brexit

โดยจำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ในอังกฤษ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ปรับร่วงลงสู่จำนวน 3,150 ตำแหน่ง จากจำนวน 4,980 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. ปี 2016

• นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2017 ที่ผ่านมา จะสามารถเติบโตได้ 6.9% โดยขยายตัวด้วยอัตราที่เร็วขึ้น จากอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 26 ปี ของปี 2016

ขณะที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ไว้ที่ 6.8% ซึ่งเหนือกว่าเป้าหมายของรัฐบาลจีนที่ตั้งไว้ที่ 6.5% โดยจะได้รับแรงหนุนมาจากการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และปริมาณอุปสงค์ในสินค้าส่งออกของจีน ขณะที่เศรษฐกิจจีนในปี 2016 สามารถเติบโตได้ 6.7%

• รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งประเทศจีน กล่าวว่า มุมมองเชิงกีดกันการค้าของสหรัฐฯดูมีท่าทีจะรุนแรงยิ่งขึ้น ภายหลังแผนการที่จะเข้าซื้อบริษัท MoneyGram International Inc ซึ่งเป็นบริษัทของสหรัฐฯ โดยบริษัท Ant Financial ของประเทศจีนถูกปฏิเสธไป

นอกจากนี้ ยังได้เตือนอีกว่า การกีดกันการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐน จะยิ่งนำไปสู่การขาดดุลทางการค้าของสหรัฐฯที่มีกับจีนมากยิ่งขึ้

• ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงจากระดับสูงุสดในรอบ 3 ปี หลังจากที่ราคาฟื้นตัวขึ้นวานนี้จากผลผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯและสต็อกน้ำมันดิบที่ชะลอตัว

น้ำมันดิบ WTI ทรงตัวบรเิวณ 63.46 เหรียญ/บาร์เรล หรือปรับลง 11 เซนต์เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อคืนนี้ ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปรับลง 15 เซนต์ ที่ระดับ 69.05เหรียญ/บาร์เรล

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved