สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 13 มิถุนายน 2561

ข่าว

สรุปข่าวเศรษฐกิจ (ภาคเช้า) ประจำวันที่ 13 มิถุนายน 2561

13 มิถุนายน 2561
 


·         ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวบริเวณ 93.808 จุด โดยเมื่อคืนนี้ขึ้นไปทำระดับสูงสุดของวันได้ที่ 93.911 จุด เพราะได้รับแรงหนุนจากการเจรจาที่ราบรื่นระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายคิม จอง อึน  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับการข้อตกลงนิวเคลียร์และระงับการฝึกซ้อมรบทางการทหารด้วย


·         เฟดได้เริ่มเปิดฉากประชุมแล้วเมื่อวานนี้ และจะทราบผลการประชุมในค่ำคืนนี้ โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าจะเห็นเฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของปีในการประชุมวาระนี้ ท่ามกลางข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI) ประจำเดือนพ.ค. ออกมาตามคาดที่ระดับ 0.2% จึงหนุนมุมมองว่าเฟดน่าจะทำการขึ้นดอกเบี้ยต่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป


ขณะที่รายงานผลประชุมที่จะแถลงโดย นายเจอโรม โพเวลล์ คืนนี้ อาจจะเป็นเหมือนเช่นทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นการประชุมที่มักจะส่งผลเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ได้


·         ค่าเงินปอนด์ดีดกลับเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นไปที่ 1.3424 ดอลลาร์/ปอนด์ หลังจากที่รัฐสภาอังกฤษมีการลงมติให้รัฐบาลกลับไปแก้ไขร่างการถอนตัวออกจากอียูหลายรายการ และในช่วงปลายตลาดค่าเงินก็มีการกลับอ่อนค่าลงมาบริเวณ 1.3373 ดอลลาร์/ปอนด์


·         หัวหน้านักกลยุทธ์ค่าเงินจาก TD Securities ชี้ว่า ประเด็นการเมืองของอังกฤษอาจะทำให้คุณมองว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก แต่หากเราเจาะลึกลงไปที่รายละเอียดที่ทางสภาต้องการให้ปรับแก้ไข ก็จะเข้าใจว่าการปรับแก้ดังกล่าวกำลังไปสู่แนวทางการออกจากอียูในปีหน้าได้อย่างราบรื่น และอาจทำให้การเจรจา Brexit นั้นมีความคืบหน้ามากขึ้น


·         สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เฟด, อีซีบี และบีโอเจ


·         สำหรับการประชุมอีซีบีในวันพรุ่งนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมีสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับลด QE ขณะที่การประชุมบีโอเจระหว่าง 14 – 15 มิ.ย. จะมีการแถลงรายงานผลการประชุมอีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย.


·         รัฐมนตรีอิตาลีคนใหม่ กล่าวสนับสนุนให้อีซีบีดำเนินนโยบายการเงินให้เหมือนกับธนาคารกลางอื่นๆ รวมไปถึงเฟด


·         รายงานจากรอยเตอร์ส ระบุว่า การประชุมเฟดมีความเป็นไปได้สูงจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในวาระนี้ แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนเฝ้ารอคือเฟดจะมีท่าทีต่อนโยบายดอกเบี้ยต่อไปอย่างไรเพื่อให้นโยบายการเงินปรับสู่ระดับปกติได้ ท่ามกลางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงสะท้อนถึงเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นตามที่เฟดหวังไว้ ขณะที่ตลาดการเงินอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว แม้ว่าจะมีความตึงเครียดทางการค้าเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกก็ตาม


·         การประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวานนี้ ทั้ง 2 ผู้นำสามารถหาตกลงร่วมกันในการที่จะให้เกาหลีเหนือหยุดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงทั่วโลกได้สำเร็จและมีการลงนามร่วมกัน จึงถือเป็นการรับประกันแก่ชาติพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นว่า เกาหลีเหนือกำลังจะยุติสงครามที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน


นอกจากนี้ รายงานจากสำนักข่าวของเกาหลีเหนือได้ระบุว่า นายทรัมป์ยินดีที่จะระงับการซ้อมรบทางทหารร่วมกันระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือได้ลงนามสัญญาการปลดอาวุธนิวเคลียร์บริเวณคาบสมุทรเกาหลี แม้จะมีข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจงร่วมกันเพียงเล็กน้อยในเบื้องต้นก็ตาม ขณะเดียวกัน 2 ผู้นำได้มีการเชิญชวนให้แต่ละฝ่ายไปเยี่ยมเยือนประเทศของตนเองในภายภาคหน้า ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ตอบตกลงเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของสนธิสัญญาว่าด้วยการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่ทั้ง 2 ผู้นำได้ร่วมลงนามเมื่อวานนี้ ยังคงไม่มีการเปิดเผยออกมา ขณะที่ทางทำเนียบขาวได้ออกมายืนยันว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดภายหลัง


·         ขณะที่อิหร่าน กล่าวเตือนเกาหลีเหนือว่าอย่าเชื่อใจนายทรัมป์ เพราะเขาอาจทำการยกเลิกข้อตกลงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงได้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่โดนยกเลิกข้อตกลงที่ผ่านมา


·         รัฐบาลสหรัฐฯเผยยอดขาดดุลในเดือนพ.ค.ออกมาที่ระดับ 1.47 แสนล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 66จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากรายได้ที่ลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น


·         นายบ็อบ คร็อกเกอร์ วุฒิสมาชิกประจำพรรครีพับลิกัน ได้โน้มน้าวให้สมาชิกพรรครีพับลิกันอย่าได้เกรงกลัวต่ออำนาจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และขอให้ทำการโหวตปฏิเสธนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้ากลุ่มยานพาหนะไปเสีย หากเห็นว่านโยบายดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ


·         ราคาบิทคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดรอบ 2 เดือน โดยร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการในช่วง 4 วันทำการที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลของตลาดซื้อขาย Coinrail ในเกาหลีใต้ โดยราคาบิทคอยน์อยู่ตำกว่า 6,000 เหรียญในปีนี้สำหรับการซื้อขายบนแพลทฟอร์ม Bitstamp  


·         ราคาน้ำมันดิบปิดผสมผสานกันเมื่อคืนนี้ โดย WTI ปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดก่อนจะอ่อนตัวลงในช่วง Post-Settlement ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงท่ามกลางกลุ่มนักลงทุนที่เตรียมรอรับผลประชุมโอเปกในการประชุมสัปดาห์หน้า


สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 58 เซนต์ ที่ระดับ 75.88 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปิดขึ้น 26 เซนต์ ที่ระดับ 66.36 เหรียญ/บาร์เรล


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด
121/19 ดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ชั้น 1 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Copyright © 2014 MTS Gold Future. All right reserved